น้ำมันผันผวน ดันค่าครองชีพพุ่ง ไทยเร่งเปลี่ยนสู่ EV

21 มี.ค. 2569 - 12:40

  • ต้นทุนพลังงานพุ่งกระทบค่าครองชีพคนไทยเต็มแรง

  • พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน หันหา EV-ไฮบริด

  • สะท้อนการเร่งเข้าสู่ยุค Energy Transition

น้ำมันผันผวน ดันค่าครองชีพพุ่ง ไทยเร่งเปลี่ยนสู่ EV

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ‘พลังงาน’ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของราคาน้ำมัน ความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ หรือการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่ผู้บริโภครู้สึกได้ชัดที่สุดคือ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งในรูปของราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพที่ผูกโยงกับต้นทุนพลังงานในระบบเศรษฐกิจ สถานการณ์นี้ทำให้คำว่า “Energy Transition” หรือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้บริโภคต้องปรับตัวไปพร้อมกัน

ราคาน้ำมัน: ตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

แม้โลกจะพูดถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง น้ำมันยังคงเป็นพลังงานหลักของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในภาคการขนส่ง โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม ประเทศไทยเองยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นสัดส่วนสูง เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ผลกระทบจึงสะท้อนมายังต้นทุนการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากช่วงที่ผ่านมา ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงคราม ความตึงเครียดด้านพลังงาน และการปรับโครงสร้างพลังงานของหลายประเทศ ทำให้ราคาพลังงานกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคธุรกิจ แต่กำลังสะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้บริโภค เมื่อพลังงานแพงขึ้น ผู้บริโภคก็เริ่มปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานในช่วงที่ผ่านมา โดยเริ่มตระหนักถึงต้นทุนด้านพลังงานมากขึ้น รวมถึงมีการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในหลายมิติ ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถ Hybrid มากขึ้น การใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน และการมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานในครัวเรือน แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่า พลังงานไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน

การเปลี่ยนผ่านสู่ EV กำลังเร่งตัวในไทย

ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยยอดการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% (Battery Electric Vehicle-BEV) ป้ายแดงสูงถึง 147,522 คัน มีการเติบโต 74.70% ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังวางเป้าหมายสำคัญ คือ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 ซึ่งสะท้อนว่าการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์