กลายเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของมหากาพย์ความขัดแย้งใน กสทช. เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้ลงนามนำความกราบบังคมทูลขอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธานและกรรมการ กสทช. เรียบร้อยแล้ว หลังศาลปกครองกลางเพิ่งมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีที่หมอสรณยื่นขอเพิกถอนมติคณะกรรมการสรรหาเมื่อสัปดาห์ก่อน
แต่ปิดฉากเพียงครึ่งเดียว เพราะฝ่ายหมอสรณยืนยันเดินหน้าสู้ต่อ ขณะที่บอร์ด กสทช. เผชิญปัญหาประชุมล่มซ้ำซากจนกระทบวาระเร่งด่วนนับสิบเรื่อง
ย้อนจุดเริ่มต้น…ปมคุณสมบัติที่ค้างมาตั้งแต่กรกฎาคม
ต้นตอของเรื่องทั้งหมดมาจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งลงมติเป็นเอกฉันท์ (4:0) ว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8(2) และมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เนื่องจากไม่ได้ลาออกหรือเลิกประกอบวิชาชีพแพทย์ที่รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเลือก ผลคือถือว่า ‘สละสิทธิ’ การเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น
ขณะที่ นพ.สรณไม่ยอมรับมตินี้ และยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหาต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 (คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569) พร้อมยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน แต่ศาลยกคำร้องไต่สวนฉุกเฉินและไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับใด ๆ ทำให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหายังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายระหว่างการต่อสู้คดี
ศาลปกครองไม่รับฟ้อง…เปิดทางทูลเกล้าฯ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางมีคำสั่ง ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยให้เหตุผลว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหายังไม่ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายในลักษณะที่นำมาฟ้องต่อศาลได้ในขั้นตอนนี้ เพราะยังมีกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อไป
คำสั่งนี้มีความหมายสำคัญในทางปฏิบัติ เพราะเมื่อไม่มีคำสั่งศาลระงับกระบวนการ ฝ่ายบริหารจึงสามารถเดินหน้าตามขั้นตอนกฎหมายต่อได้ทันที และนำมาสู่การที่นายกรัฐมนตรีลงนามนำความกราบบังคมทูลในวันที่ 11 สิงหาคม
แต่คดียังไม่จบ…หมอสรณลั่นสู้ต่อ เตรียมอุทธรณ์
แม้กระบวนการฝ่ายบริหารจะเดินหน้าไปแล้ว แต่ นพ.สรณ ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางภายในกรอบเวลา 90 วันตามสิทธิที่มี พร้อมเตรียมหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการทำงานกับมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นประเด็นหัวใจของข้อโต้แย้งเรื่องคุณสมบัติ นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าไม่มีระเบียบใดบังคับให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างต่อสู้คดี และได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเป็นธรรมไปแล้วเช่นกัน
พูดง่าย ๆ คือ ต้องแยก 2 กระบวนการออกจากกัน คือ กระบวนการพ้นตำแหน่ง - ฝ่ายบริหารเดินมาถึงขั้นทูลเกล้าฯ แล้ว กับกระบวนการทางศาลที่ยังไม่จบ เพราะสิทธิอุทธรณ์ของหมอสรณยังเปิดอยู่ และประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของมติคณะกรรมการสรรหาอาจถูกหยิบยกขึ้นสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์
บอร์ด กสทช. ป่วน ประชุมล่มติดต่อกันหลายนัด
ผลพวงที่ชัดเจนที่สุดคือการทำงานของคณะกรรมการ กสทช. ที่สะดุดต่อเนื่อง
• 27 กรกฎาคม - กรรมการบางส่วนเห็นต่างเรื่องสถานะของหมอสรณ ทำให้ต้องเลื่อนประชุมออกไป
• 5 สิงหาคม - กรรมการ 3 ใน 6 คนวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม เพราะกังวลว่าการร่วมลงมติขณะหมอสรณยังนั่งประธานอาจทำให้มติเป็นโมฆะในภายหลัง
• 6 สิงหาคม - ประชุมต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า แต่รอเกินเวลานัด 30 นาทีแล้วก็ยังไม่ครบองค์ประชุม ต้องเลื่อนอีกครั้ง กระทบวาระเร่งด่วนที่ค้างอยู่ราว 44 เรื่อง
• 11 สิงหาคม - นัดประชุมใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคาราคาซังเรื่องสถานะของประธาน
สำนักงาน กสทช. ระบุว่ามีกำหนดประชุมล่วงหน้าในเดือนสิงหาคมอีกหลายนัด (11, 13, 19 และ 20 ส.ค.) และเลขาธิการ กสทช. ได้เตรียมความพร้อมเต็มที่เพื่อให้องค์กรเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไปได้ แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ความเห็นต่างระหว่างกรรมการเองว่าจะร่วมลงมติกับหมอสรณได้หรือไม่ในระหว่างที่สถานะทางกฎหมายยังไม่นิ่ง
หากย้อนดูภาพรวมทั้งวาระการดำรงตำแหน่งของหมอสรณตั้งแต่ปี 2565 พบว่ามีเหตุการณ์ประชุมล่มหรือเลื่อนแบบผิดปกติเกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งจากปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ปัญหาทางเทคนิค และล่าสุดคือความขัดแย้งเรื่องสถานะทางกฎหมายของตัวประธานเอง
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคนทั้งประเทศ
กสทช. คือหน่วยงานกำกับดูแลคลื่นความถี่ โทรคมนาคม วิทยุ และโทรทัศน์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แตะชีวิตคนไทยแทบทุกคน ตั้งแต่สัญญาณมือถือ อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงใบอนุญาตออกอากาศ ตามกฎหมาย
คณะกรรมการต้องมี 7 คน ครอบคลุมความเชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ โทรคมนาคม วิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเมื่อบอร์ดไม่สามารถประชุมได้ตามปกติ ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ‘ใครจะเป็นประธาน’ แต่ลามไปถึงการพิจารณาวาระที่มีผลต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคหลายสิบล้านคนที่ต้องค้างเติ่งไปด้วย
รู้จัก ‘หมอสรณ’ ก่อนเข้าสู่ กสทช.
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ กระบวนการอุทธรณ์ของหมอสรณจะมีผลเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายหรือไม่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นตำแหน่งจะประกาศออกมาเมื่อใด และบอร์ด กสทช. ชุดที่เหลือจะสามารถกลับมาประชุมและเดินหน้าวาระเร่งด่วนที่ค้างอยู่ได้เร็วแค่ไหน เพราะยิ่งยืดเยื้อ ความเสี่ยงที่องค์กรกำกับดูแลสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศจะตกอยู่ในภาวะสุญญากาศก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย




