เงินตึงมือ โจทย์ใหญ่ SME ไทย วิกฤตเงินหมุนปลายปี

17 ต.ค. 2569 - 13:09

  • รายได้จากยอดขายอาจไม่เพียงพอ หากเงินสดรับเข้ามาไม่ทันค่าใช้จ่ายและภาระหนี้

  • SME ขนาดเล็กยังเผชิญข้อจำกัดด้านเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้การหาเงินทุนหมุนเวียนเป็นความท้าทาย

  • ยอดขายช่วงปลายปีจะช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทั้งกำลังซื้อ ต้นทุน และมาตรการสนับสนุนที่เข้าถึงผู้ประกอบการได้ตรงจุด

เงินตึงมือ โจทย์ใหญ่ SME ไทย วิกฤตเงินหมุนปลายปี

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ ทั้งกำลังซื้อที่เปราะบาง ต้นทุนที่กดดัน และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ คำถามสำคัญ คือ ธุรกิจรายเล็กจะประคองตัวผ่านช่วงปลายปีไปได้อย่างไร เมื่อการมีรายได้ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินสดเพียงพอสำหรับดำเนินธุรกิจ

เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่หลายธุรกิจคาดหวังยอดขายจากเทศกาลปลายปี ภาพที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ไทย กลับไม่ได้สดใสเท่ากันทุกกลุ่ม เพราะแม้บางธุรกิจจะยังมีโอกาสสร้างรายได้ แต่ผู้ประกอบการอีกจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

รายงานภาวะเศรษฐกิจ SME ประจำไตรมาส 2/2569 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นข้อมูลสำคัญที่สามารถนำมาติดตามสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงของผู้ประกอบการในช่วงที่เหลือของปีได้

ข้อมูลจากระบบเตือนภัย MSME ของ สสว. ระบุว่า การฟื้นตัวของ SME ยังไม่ทั่วถึงระหว่างสาขาและขนาดธุรกิจ โดยภาคการค้า ธุรกิจเกษตร และผู้ประกอบการขนาด Micro และ Small ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงาน ขณะที่การลงทุนยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง และผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องมากกว่าการขยายธุรกิจ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ปัญหาของ SME ในเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเปลี่ยนรายรับให้กลายเป็นเงินสดที่นำมาใช้จ่ายในธุรกิจได้ทันเวลา

เงินทุนหมุนเวียน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของธุรกิจรายเล็ก

สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ การมีแหล่งเงินทุนหลายช่องทางอาจช่วยให้สามารถประคองกิจการในช่วงที่รายรับชะลอตัวได้ แต่สำหรับ SME โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก เงินทุนหมุนเวียนมีความสำคัญต่อการดำเนินงานแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ การจ่ายค่าแรง ค่าเช่าพื้นที่ ไปจนถึงการชำระค่าสินค้าให้กับคู่ค้า

เมื่อยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือเงินจากการขายยังไม่สามารถเรียกเก็บได้ทันเวลา ผู้ประกอบการอาจต้องนำเงินส่วนอื่นมาใช้ประคองกิจการ และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ปัญหาสภาพคล่องก็อาจลุกลามไปสู่การผิดนัดชำระหนี้หรือการลดขนาดธุรกิจในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้ประกอบการต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อรักษากิจการ แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ปัญหาก็จะยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะแม้ธุรกิจจะยังมีตลาดและมีโอกาสสร้างรายได้ แต่ก็อาจขาดเงินสดสำหรับดำเนินงานระหว่างรอรับชำระเงิน

สินเชื่อ SME ทำไมยังเป็นโจทย์ที่แก้ไม่ง่าย

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาคือการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการรายเล็ก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุ ในรายงานภาพรวมธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/2569 ว่า สินเชื่อ SME ยังคงหดตัวต่อเนื่อง สะท้อนข้อจำกัดด้านความเสี่ยงด้านเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการบางกลุ่ม

ขณะเดียวกัน รายงานดังกล่าวยังชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยไม่ทั่วถึง และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะอาจเพิ่มแรงกดดันต่อความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจและครัวเรือน

ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เมื่อธุรกิจขนาดเล็กต้องการเงินทุนเพื่อรักษากิจการ แต่สถาบันการเงินต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการที่ยังมีศักยภาพสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงด้านหนี้เสียจนเกินไป

การแก้ปัญหาจึงอาจไม่ใช่เพียงการเพิ่มวงเงินสินเชื่อ แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขการให้กู้ หลักประกัน ประวัติทางการเงิน และรูปแบบการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจขนาดเล็กด้วย

ไตรมาส 4 ความหวังปลายปีจะช่วย SME ได้มากแค่ไหน

โดยปกติ ไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นช่วงที่ธุรกิจจำนวนหนึ่งคาดหวังรายได้จากการท่องเที่ยว การจับจ่ายช่วงเทศกาล และกิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าสภาพคล่องของผู้ประกอบการจะดีขึ้นเสมอไป หากต้องแบกรับต้นทุนสูง มีภาระหนี้เดิม หรือมีเงินค้างรับจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก

สิ่งที่ต้องติดตามจึงมีทั้งทิศทางกำลังซื้อในประเทศ ต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่ง ความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อ ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐว่าจะสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือได้จริงเพียงใด

นอกจากนี้ การปรับตัวของ SME เองก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารสินค้าคงคลัง การลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น การใช้ช่องทางออนไลน์เพิ่มยอดขาย หรือการปรับรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเหล่านี้จะทำได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับเงินทุนและทรัพยากรที่แต่ละธุรกิจมีอยู่ด้วย

โจทย์ของรัฐ ไม่ใช่แค่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ต้องทำให้กลับมาเติบโตได้

สำหรับภาครัฐ การดูแล SME ไม่ควรจำกัดอยู่ที่มาตรการสินเชื่อหรือการช่วยเหลือระยะสั้นเท่านั้น แต่ควรพิจารณาควบคู่กันทั้งการเพิ่มโอกาสทางการตลาด การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ การลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ และการสร้างช่องทางให้ธุรกิจรายเล็กสามารถเข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทขนาดใหญ่ได้มากขึ้น

สิ่งสำคัญ คือ มาตรการช่วยเหลือต้องแยกแยะปัญหาของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน เพราะธุรกิจที่มีตลาดแต่ขาดเงินทุนหมุนเวียน ย่อมต้องการความช่วยเหลือแตกต่างจากธุรกิจที่ยอดขายลดลงต่อเนื่อง หรือธุรกิจที่มีภาระหนี้สูงจนไม่สามารถลงทุนเพิ่มเติมได้

ท้ายที่สุด สถานการณ์ SME ในไตรมาส 4/2569 จึงเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งผู้ประกอบการและนโยบายเศรษฐกิจไทย เพราะธุรกิจรายเล็กไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างรายได้ให้เจ้าของกิจการ แต่ยังเชื่อมโยงกับการจ้างงาน การบริโภค และรายได้ของชุมชนจำนวนมาก

คำถามที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า SME ไทยจะผ่านพ้นช่วงปลายปีไปได้หรือไม่ แต่คือเศรษฐกิจไทยจะสร้างเงื่อนไขอย่างไรให้ธุรกิจรายเล็กมีเงินทุนเพียงพอ แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องใช้วิธีประคองกิจการจากเดือนหนึ่งไปสู่อีกเดือนหนึ่งตลอดเวลา

ข้อมูลอ้างอิง

·     สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

·     ธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์