ธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยวิสัยทัศน์ปี 2569 ว่า บริษัทมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมยกระดับ Digital Sales & Service Solutions แบบครบวงจร ให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ “ทันที” และ “ด้วยตนเอง” ผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว ควบคู่กับ การขยายสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (Green Finance) และพัฒนาบริการ Paperless Application & Service อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย ESG และแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทยผ่านการยกระดับและพัฒนาประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าธนาคาร
จากภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวแรงในปี 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภท (BEV, PHEV และ HEV) ขยายตัวเป็น 44% ของยอดขายรถยนต์รวมทั้งประเทศ สอดคล้องกับยอดสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับรถไฟฟ้าทุกประเภทของบริษัทในปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 39% โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญจากการสร้างโซลูชัน K EV Shop แพลตฟอร์มที่รวมดีลเด็ดจากค่ายรถไฟฟ้าชั้นนำให้ลูกค้าเลือกได้แบบง่ายและคุ้มค่าที่สุด รวมถึงการได้รับเลือกเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อหลักจากพาร์ตเนอร์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ สะท้อนความเป็นผู้นำในการให้สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคพลังงานสะอาด
“K OK” เช็กวงเงินเองได้ใน 5 นาที สอดรับ Responsible Lending
ในปีนี้ บริษัทยังส่ง K OK โซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเช็กวงเงินได้เองสะดวกผ่านมือถือ ผ่านระบบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน แจ้งวงเงินในไม่เกิน 5 นาที “แนวคิดดังกล่าวสอดรับกับหลักการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) เพราะลูกค้าสามารถรู้วงเงินที่เหมาะกับศักยภาพทางการเงินของตัวเองก่อนเลือกซื้อรถ โดยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ บริษัทเตรียมใช้กลยุทธ์ Music Marketing ที่นำเพลงฮิต “โอเคนะคะ” มาทำใหม่ในเวอร์ชัน “K OK นะคะ” เพื่อสร้างการจดจำแบบแมส พร้อมเพิ่มการรับรู้ในทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายรถยนต์
ยกระดับ LINE OA สู่ศูนย์กลางบริการของบริษัท 24 ชั่วโมง
อีกหนึ่งการตอบโจทย์ลูกค้าคือ การยกระดับ KLeasing LINE Official Account ให้เป็นช่องทางหลักในการขายและให้บริการ โดยรองรับทั้งลูกค้ารถใหม่ รถมือสอง และผู้ที่ต้องการวงเงินรีไฟแนนซ์ Top Up พร้อมให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ฟีเจอร์ใหม่ที่จะทยอยเปิดในปีนี้ ได้แก่
· บริการต่อภาษีรถยนต์ฯ ฟรี สำหรับลูกค้าลีสซิ่งกสิกรไทย
· การขอ e-Document ทั้งใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และสำเนาเล่มทะเบียน เพิ่มความสะดวกสบาย และลดการใช้กระดาษ
· ฟีเจอร์เช็กประวัติการผ่อนชำระย้อนหลัง เช็กยอดคงค้าง วันครบกำหนดชำระ และชำระค่างวดล่วงหน้าผ่านช่องทาง LINE
ปัจจุบันมีลูกค้าบริษัทกว่า 50% เข้ามาใช้บริการต่าง ๆ ผ่าน LINE แล้ว ซึ่งช่วยดันสัดส่วนธุรกรรมออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และลดภาระ Call Center ลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมช่วยลดการใช้กระดาษ สนับสนุนการดำเนินงานแบบยั่งยืนอีกด้วย




