จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนเพิ่มขึ้น ประกอบกับช่วงเปิดภาคเรียนที่ผู้ปกครองต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ทั้งชุดนักเรียน เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์การเรียน และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. ดำเนินกิจกรรมลดภาระค่าครองชีพประชาชน ภายใต้นโยบาย “ไทยช่วยไทย พลัส” ของรัฐบาล โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแต่งกาย และวัสดุอุปกรณ์การเรียน ไปจำหน่ายในราคาประหยัด ลดสูงสุดกว่า 50% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายขอบ

กรมการค้าภายในและสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2569 จำนวน 1,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือด้านค่าครองชีพเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นรูปธรรม
“สำหรับการจัดกิจกรรม ได้มีการ Kick off พร้อมกัน 18 แห่ง ใน 13 จังหวัด ได้แก่ สำนักงาน สกสค. กรุงเทพมหานคร ลำปาง กาญจนบุรี ตราด ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สมุทรปราการ สระแก้ว สระบุรี ขอนแก่น มหาสารคาม และจังหวัดเลย โดยในส่วนของกรุงเทพมหานคร เราได้จัดกิจกรรม ณ โรงเรียนพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร มีนายพีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด และได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ SMEs และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำสินค้าจำเป็นกว่า 300 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาที่ประหยัดกว่าท้องตลาดด้วย”

ทั้งนี้ สินค้าที่นำมาจำหน่ายครอบคลุมทั้งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน และเครื่องแต่งกาย รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนโดยตรง โดยสินค้าไฮไลท์ภายในงาน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 85 บาท น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 22 บาท น้ำมันพืชปาล์มขวดละ 42 บาท และข้าวหอมมะลิ ขนาด 5 กิโลกรัม ถุงละ 110 บาท

“กรมการค้าภายในจะเดินหน้าร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จัดกิจกรรมลดค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าราคาประหยัด และช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งควบคู่กันไป”




