พาณิชย์ แจงยิบ 6 ข้อเท็จจริง แก้ปัญหาเกษตรระยะยาว

7 พ.ค. 2569 - 11:09

  • ยืนยันเดินหน้าแก้ปัญหาสินค้าเกษตรเชิงโครงสร้างทั้งระบบ

  • หวังสร้างเสถียรภาพราคา เพิ่มอำนาจต่อรองเกษตรกร

  • ยกระดับสินค้าไทยสู่ความยั่งยืนระยะยาว

พาณิชย์ แจงยิบ 6 ข้อเท็จจริง แก้ปัญหาเกษตรระยะยาว

กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียว่า การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรของภาครัฐเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น โดยยืนยันว่า ปัญหาสินค้าเกษตรไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งผลผลิตต่อไร่ต่ำ การพึ่งพาการขายผลสด ราคาผันผวนตามตลาดโลก รวมถึงการแข่งขันจากต่างประเทศและปัญหาสินค้าปลอมปน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น

กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ได้ดำเนินมาตรการตามนโยบายของศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นหลายเฟส ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ในส่วนของต้นน้ำ กระทรวงฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์ผลผลิตและตลาดล่วงหน้า จัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตร วางระบบ Zoning ให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมยกระดับมาตรฐานและระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต

ด้านกลางน้ำ มีการสนับสนุนการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ส่งเสริมการจัดตั้ง “ล้งชุมชน” เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ควบคู่กับการตรวจสอบล้งต่างชาติที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีขนส่งและยืดอายุสินค้าเกษตรเพื่อขยายตลาดส่งออก

ส่วนปลายน้ำ กระทรวงฯ เดินหน้ารักษาตลาดส่งออกเดิมและขยายตลาดใหม่ ทั้งจีน อินเดีย เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป พร้อมใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ Live Commerce และ KOL ช่วยกระตุ้นยอดขาย รวมถึงผลักดันสินค้า GI และ Contract Farming เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย

สำหรับประเด็นทุเรียน กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า ได้เร่งสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า กระตุ้นการบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย พร้อมขยายตลาดส่งออกทั้งผลสด แช่แข็ง และแปรรูป รวมถึงเข้มงวดตรวจสอบล้งและการรับซื้อ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร และร่วมสนับสนุนการปราบปรามทุเรียนอ่อนอย่างต่อเนื่อง

ด้านปาล์มน้ำมัน กระทรวงฯ ระบุว่า การบริหารจัดการน้ำมันปาล์มยังเป็นไปอย่างสมดุล ทั้งเพื่อการบริโภค ภาคพลังงาน และการส่งออก โดยการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบยังดำเนินได้ตามปกติ และการใช้น้ำมันดีเซล B20 ยังช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้ประชาชนได้

กรณีมะพร้าวน้ำหอม กระทรวงพาณิชย์ยอมรับว่า ราคาปรับลดลงจากผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและปัญหาภัยแล้ง แต่ได้เร่งดูดซับผลผลิตผ่านจุดรับซื้อในหลายจังหวัด พร้อมผลักดัน “ล้งชุมชน” เพื่อแก้ปัญหาการกดราคา และอยู่ระหว่างจัดทำมาตรฐานรับรองน้ำมะพร้าวแท้ 100% รวมถึงผลักดันให้มะพร้าวน้ำหอมเป็นสินค้าควบคุม

ขณะที่ปัญหาปุ๋ยแพง กระทรวงฯ ชี้แจงว่า ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและการจำกัดส่งออกของจีน แต่ยังบริหารสต็อกปุ๋ยได้เพียงพอ พร้อมเดินหน้าโครงการ “ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” ลดภาระต้นทุนเกษตรกร และเตรียมโครงการ “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” ในระยะยาว

ส่วนกรณีมะม่วงล้นตลาด กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ได้เร่งจับคู่ธุรกิจล่วงหน้า เชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกระจายผลผลิตผ่านโครงการไทยช่วยไทย งานธงฟ้า และห้างค้าปลีกต่างๆ เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตและพยุงราคาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ทั้งมาตรการเร่งด่วนและการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างความสมดุลและความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในระยะยาว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์