เศรษฐกิจสระแก้วติดหล่ม เมื่อการค้าชายแดนกลายเป็นศูนย์

7 พ.ย. 2569 - 16:56

  • ก่อนเกิดความขัดแย้ง สระแก้วมีมูลค่าการค้าชายแดนเฉลี่ยเดือนละ 10,000 ล้านบาท แต่ปี 2569 การค้าไทย-กัมพูชาลดลงจนเป็นศูนย์

  • ปิดด่านกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ตลาดโรงเกลือ ผู้ประกอบการขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงเกษตรกร

  • เศรษฐกิจสระแก้วต้องเร่งหาตลาดใหม่ เพิ่มช่องทางรายได้ และลดการพึ่งพาการค้ากับประเทศเดียว

economic-business-sa-kaeo-cross-border-trade-SPACEBAR-Hero.jpg

จังหวัดสระแก้วเคยเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนที่มีความคึกคักของภาคตะวันออก โดยมีตลาดโรงเกลือและด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ เป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงสินค้า ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคระหว่างไทยกับกัมพูชา สร้างรายได้ให้กับธุรกิจจำนวนมาก ทั้งการค้าส่ง ค้าปลีก การขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ

แต่สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นำไปสู่การปิดด่านตั้งแต่ปี 2568 ได้เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจของพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีการซื้อขายและเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการทำธุรกิจ ขณะที่รายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เคยพึ่งพาการค้าชายแดนลดลงอย่างมาก

ข้อมูลจากกรมศุลกากร ที่มีการรายงานต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ก่อนเกิดความขัดแย้งในปี 2567 จังหวัดสระแก้วมีมูลค่าการค้าชายแดนเฉลี่ยประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อเดือน แต่หลังจากมีการปิดด่านในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก และในปี 2569 ตัวเลขการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาลดลงจนเป็นศูนย์

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ส่งออกหรือนำเข้าสินค้ารายใหญ่ แต่ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับการค้าข้ามแดนมาอย่างยาวนาน

โรงเกลือซบเซา ผลกระทบลามถึงธุรกิจท้องถิ่น

ตลาดโรงเกลือถือเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนของผลกระทบจากการหยุดชะงักของการค้าชายแดน เพราะตลาดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงผู้ค้าทั้งสองประเทศ

เมื่อการเดินทางและการค้าข้ามแดนมีข้อจำกัด จำนวนผู้ซื้อและผู้เดินทางเข้ามาจับจ่ายก็ลดลง ส่งผลต่อร้านค้า ผู้ประกอบการขนส่ง และธุรกิจที่พึ่งพาลูกค้าจากตลาดชายแดน

ผลกระทบยังขยายไปถึงธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ร้านนวดและสปา ตลอดจนบริการด้านสุขภาพที่เคยมีลูกค้าชาวกัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดสำคัญ

ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุในบทวิเคราะห์เศรษฐกิจชายแดนว่า จังหวัดสระแก้วเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากการปิดด่าน โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในตลาดโรงเกลือและธุรกิจบริการในอำเภออรัญประเทศลดลงอย่างมาก ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนต้องปิดกิจการหรือปรับตัวเพื่อประคองธุรกิจ

นอกจากนี้ ภาคเกษตรก็ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะผลผลิตที่เคยมีตลาดรองรับในกัมพูชา เช่น ทุเรียน มังคุด และสินค้าประมง ทำให้ผู้ประกอบการต้องหาช่องทางจำหน่ายใหม่และรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ความเสียหายไม่ได้จบแค่การส่งออก แต่กระทบกำลังซื้อทั้งจังหวัด

สิ่งที่น่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจสระแก้ว คือ การค้าชายแดนเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ต่อเนื่องให้กับคนหลายกลุ่ม เมื่อการค้าหยุดชะงัก เงินที่เคยหมุนเวียนในพื้นที่ก็ลดลงตามไปด้วย

ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าให้กับตลาดกัมพูชาอาจสูญเสียลูกค้าหลัก ขณะที่ร้านอาหาร ที่พัก และร้านค้าปลีกก็ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้เดินทางที่ลดลง เมื่อรายได้ของธุรกิจหดตัว การจ้างงานและกำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่ก็มีโอกาสลดลงตามมา

สถานการณ์นี้จึงเป็นปัญหาที่มีผลต่อเศรษฐกิจระดับจังหวัด ไม่ใช่เพียงปัญหาของตลาดโรงเกลือหรือผู้ส่งออกบางกลุ่มเท่านั้น

อีกประเด็นที่ต้องจับตา คือ ความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและคู่ค้าของผู้ประกอบการไทย เพราะเมื่อไม่สามารถส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดกัมพูชาได้ตามช่องทางเดิม คู่แข่งจากประเทศอื่นอาจเข้ามาทดแทนสินค้าไทยในตลาดดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้การกลับไปแข่งขันในอนาคตมีความยากลำบากมากขึ้น

โจทย์ฟื้นเศรษฐกิจสระแก้ว ต้องมากกว่าการรอเปิดด่าน

แม้การคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสระแก้ว แต่การพึ่งพาการเปิดด่านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะหากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและคู่ค้ายังไม่กลับมาเหมือนเดิม

ภาครัฐจึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมมากกว่าการเยียวยาระยะสั้น ทั้งการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดเล็ก การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีภาระหนี้ การหาตลาดใหม่รองรับสินค้า และการส่งเสริมให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถเข้าถึงช่องทางจำหน่ายอื่นได้

ขณะเดียวกัน สระแก้วยังมีโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจจากจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการค้าและโลจิสติกส์กับพื้นที่ภาคตะวันออก รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการในเขตเศรษฐกิจพิเศษให้สามารถรองรับตลาดภายในประเทศและตลาดอื่นได้มากขึ้น

สิ่งสำคัญ คือ การสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลาย ไม่ให้รายได้ของจังหวัดผูกติดอยู่กับตลาดหรือเส้นทางการค้าประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

สถานการณ์ชายแดนสระแก้ว จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า การค้าชายแดนแม้จะสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ก็มีความเปราะบางต่อปัจจัยด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แหล่งอ้างอิง

·     ธนาคารแห่งประเทศไทย

·     กระทรวงพาณิชย์

·     ข้อมูลการลงพื้นที่และตัวเลขการค้าจากกรมศุลกากร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์