เมื่อแพทย์ไม่ได้อยู่แค่ในห้องตรวจอีกต่อไป
มีแพทย์ไทยกลุ่มหนึ่งที่ตื่นนอนทุกเช้าและไม่ได้สวมเสื้อกาวน์ขาวไปตรวจผู้ป่วย แต่เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบอัลกอริทึม หรือประชุมกับทีมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แพทย์กลุ่มนี้คือ 'หมอสายเทค' ผู้ที่เขียนนิยามใหม่ของวิชาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ในประเทศไทย คำว่า 'หมอสายเทค' ครอบคลุมแพทย์หลากหลายบทบาท บางคนเป็นนักคิด นักสร้างสรรนวัตกรรม ที่มีคุณูปการต่อวงการแพทย์ บางคนมีคุณูปการในวงการเทคโนโลยี บางคนใกล้ชิดประชาชน บางคน ถูกจับจ้องและกลายเป็นวิกฤต อาจกล่าวได้ว่า เมื่อหมอ จะเปลี่ยนสาย อาจมีสิ่งดึงดูด คือ การเป็นที่จดจำ ในฐานะนักสร้างสรรค นวัตกรรม หรือ ผู้มี อำนาจ … แต่ละท่าน มีผลงาน แตกต่างกัน มาดูกันว่า หมอสายเทค ที่มีผลงานโดด จนจำได้ไม่ลืม มีใครกัน บ้าง
บริบทที่บีบให้หมอต้องมองหาเครื่องมือใหม่
เพื่อเข้าใจว่าทำไมแพทย์ไทยถึงหันมาสนใจเทคโนโลยี จำเป็นต้องมองตัวเลขที่สะท้อนความเป็นจริงของระบบสุขภาพไทยอย่างตรงไปตรงมา อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 565 คน แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตัวเลขนี้พุ่งไปถึง 1 ต่อ 8,375 คน นั่นหมายความว่าในหลายพื้นที่ แพทย์หนึ่งคนต้องรับผิดชอบผู้ป่วยมากกว่าที่ระบบจะรองรับได้อย่างมีคุณภาพ
สถานการณ์นี้ผลักให้แพทย์และผู้กำหนดนโยบายตั้งคำถามสำคัญว่า การเพิ่มจำนวนแพทย์เพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ คำตอบที่หลายคนเริ่มเห็นพ้องกันคือ ไม่เพียงพอ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสนใจใน Telemedicine, Medical AI และ Health Tech ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์หนึ่งคนสามารถดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้นโดยไม่ลดทอนคุณภาพการรักษา

สถาปนิกแห่งธรรมาภิบาลดิจิทัลสุขภาพไทย
นพ.บุญชัย กิจสนาโยธิน อาจารย์แพทย์จากภาควิชา Clinical Epidemiology and Biostatistics คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้มีปริญญาเอกด้าน Health Informatics ท่านนี้ไม่ได้มองระบบสุขภาพจากมุมของผู้ตรวจรักษา แต่มองในฐานะผู้ออกแบบโครงสร้างข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ทำให้ระบบสุขภาพดิจิทัลทั้งประเทศทำงานได้
งานวิจัยนี้ชี้ประเด็นสำคัญว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถบริหารจัดการดิจิทัลสุขภาพเพียงลำพัง แต่ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนองค์กรประกันสุขภาพและภาคธุรกิจ ICT ในรูปแบบการบริหารร่วมกันอย่างเป็นระบบ ยิ่งไปกว่านั้นยังเสนอให้ประเทศไทยยึดถือมาตรฐานข้อมูลสุขภาพระดับสากลอย่าง SNOMED CT และ HL7 FHIR ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทำให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
HealthTAG เชื่อมระบบสุขภาพที่แตกกระจาย
HealthTAG ภายใต้การนำของ นพ.เดโชวัฒน์ พรหมดา สร้างระบบที่ทำให้ข้อมูลสุขภาพและบริการทางการแพทย์สามารถคุยกันระหว่างหน่วยบริการต่างๆ ลดปัญหาผู้ป่วยต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ช่วยให้การติดตามผลการรักษาต่อเนื่องทำได้ง่ายขึ้น และทำให้ข้อมูลยาและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันเชื่อมกับระบบโรงพยาบาลได้จริง
การที่แพทย์อยู่ในตำแหน่ง CEO ของ HealthTAG ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่หมายความว่าทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ถูกกำหนดโดยคนที่เข้าใจว่าพยาบาล แพทย์ และผู้บริหารโรงพยาบาลใช้ข้อมูลอย่างไรในงานจริง

หมอนักพัฒนาผู้บุกเบิกวงการเทค
นพ.ภาณุทัต เตชะเสน หรือ “หมอจิมมี่”แพทย์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้ประกอบการเทคโนโลยี และผู้ผลักดันวงการ Maker ในเชียงใหม่ สนใจคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมอย่างจริงจัง แม้ในยุคนั้นประเทศไทยยังไม่มีเส้นทางการเรียนด้าน Computer Science ที่แพร่หลาย จึงใช้วิธีเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งอ่านหนังสือและทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
“หมอจิมมี่” เป็นที่รู้จักในวงการเทคโนโลยีไทย คือการพัฒนา ซอฟต์แวร์ภาษาไทยสำหรับ Windows และ Pocket PC และต่อมาได้ก่อตั้ง Jimmy Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์จากเชียงใหม่ ผลงานที่โดดเด่นคือเกม ParkingLot บน iPhone ซึ่งเคยมียอดดาวน์โหลดประมาณ 700,000 ครั้ง และติดอันดับ 2 บน App Store สหรัฐฯ รวมถึงติด Top 100 ในอีกกว่า 40 ประเทศ ถือเป็นกรณีศึกษายุคแรก ๆ ของนักพัฒนาไทยที่สามารถสร้างซอฟต์แวร์ออกสู่ตลาดโลกได้
ภูมิทัศน์ Medical AI และ Health Tech ในไทย
ก่อนจะรู้จักตัวบุคคล สิ่งสำคัญคือการเข้าใจภาพรวมของ Health Tech ในประเทศไทย ซึ่งเติบโตต่อเนื่องในอัตราเกินกว่า 6.4% ต่อปีในระดับโลก และมีแนวโน้มขยายไปสู่ Digital Health และ Medical AI อย่างรวดเร็ว
Medical AI ในบริบทไทยไม่ได้หมายถึงแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่วินิจฉัยโรค แต่ครอบคลุมระบบที่ช่วยแพทย์อ่านผลภาพทางการแพทย์อย่าง CT scan และ MRI, ระบบทำนายความเสี่ยงผู้ป่วย, ระบบช่วยตัดสินใจทางคลินิก และระบบบริหารจัดการเตียงในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ Telemedicine กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสุขภาพไทย แพลตฟอร์มอย่าง Doctor Raksa ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 และเติบโตจนมีผู้ใช้มากกว่าหนึ่งล้านคน ก่อนจะถูก Doctor Anywhere เข้าซื้อกิจการในปี 2564 เป็นหลักฐานชัดเจนว่าตลาดนี้มีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง แพลตฟอร์มอื่นอย่าง Chiiwii LIVE และหมอดี ก็กำลังขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพออนไลน์ให้กว้างขึ้น

Preceptor AI เมื่ออาจารย์แพทย์สร้าง AI Copilot
นพ.ปิยะฤทธิ์ อิทธิชัยวงศ์ อาจารย์แพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล คือตัวอย่างของหมอสายเทคที่เลือกเดินหน้าสร้างนวัตกรรม ผู้ก่อตั้ง Preceptor AI สตาร์ทอัพที่สร้างระบบ chatbot ทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่เหมือน copilot สำหรับแพทย์ ช่วยในการตัดสินใจรักษาเคสที่ซับซ้อน ค้นหาคำแนะนำจากองค์ความรู้การแพทย์จำนวนมหาศาล และลดเวลาที่ใช้ไปกับงานเอกสาร ผลลัพธ์ที่มุ่งหวังคือแพทย์หนึ่งคนสามารถดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้นโดยไม่ต้องทำงานเกินขีดจำกัดของมนุษย์

หมอนวัตกรรมนักปั้นสตาร์ทอัพ
นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์“หมอคิด” ผู้ก่อตั้ง First Vision Advantage บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ และพัฒนาโปรแกรมซื้อขายหุ้นบนโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่เส้นทางชีวิตจะค่อย ๆ ขยับจาก “หมอ” ไปสู่ “ผู้ประกอบการเทคโนโลยี” ระหว่างทำงานได้นำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาในระบบโรงพยาบาล และทำงานด้านไอทีควบคู่กันมาเป็นเวลาหลายปี
เข้าสู่ธุรกิจ Innovation & Startup โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร ทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่ในการสร้างนวัตกรรมและสตาร์ตอัป รวมถึงก้าวเข้าสู่โลกการลงทุนผ่าน SeaX Ventures กองทุนที่ลงทุนในสตาร์ตอัปเทคโนโลยี โดยมีการขยายเครือข่ายไปยังสหรัฐฯ
หมอ กสทช. คนแรก ผู้ยืนข้างผู้บริโภค
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หมอที่มีประสบการณ์ทำงานแบบ หมอชนบท จากพื้นฐานทางเวชศาสตร์ครอบครัว และงานคุ้มครองผู้บริโภค เข้าสู่ การเป็นกรรมการ
จาก “หมอชนบท” สู่คนทำงานนโยบาย เติบโตจากสายสาธารณสุขและงานคุ้มครองประชาชน ในครั้งดำรงตำแหน่งบอร์ด กสทช. มีบทบาทชัดเจนในการคุ้มครองผู้บริโภค แม้พ้จากตำแหน่งแล้วยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษา ถือเป็นหมอที่เข้ามามีบทบาทใน กสทช. จะเห็นความแตกต่างที่น่าสนใจมาตลอด

หมอหัวใจ กับ “อำนาจ” บนเก้าอี้ร้อน
จากหมอหัวใจมือหนึ่ง นั่งเก้าอี้ ประธาน กสทช.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. หมอสรณ เป็นแพทย์โรคหัวใจที่มีประสบการณ์ด้านการสวนหัวใจและการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ มีคนไข้เป็นบุคคลสำคัญมากมาย แม้ไม่ใช่บุคลากรสายสื่อสารหรือโทรคมนาคมโดยตรง แต่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. และเข้าสู่ตำแหน่ง ประธานกรรมการ นั่งหัวโต๊ะในการพิจารณาเรื่องสำคัญ ตั้งแต่การประมูลคลื่นความถี่ ควบรวมทรู-ดีแทค สนับสนุน กกท. ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก
ก่อนโดย กมธ.กิจการโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ วุฒิสภา ตั้งข้อสังเกตปัญหาเกี่ยวกับสถานะการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย การประกอบวิชาชีพแพทย์ และประเด็นการดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกรุงเทพในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง กสทช. ล่าสุด กรรมการสรรหา กสทช. วินิจฉัยมีปัญหาคุณสมบัติ จนนำไปสู่การทูลเกล้าฯ
เจ้าของวลีล่าสุด “ผมทำตามกฎหมาย ไม่ได้ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ทำตามมาตรฐานวิชาชีพแล้ว ”




