เซ็นทรัล รีเทล เร่งเกม Net Zero ดึงทุกธุรกิจร่วมขับเคลื่อน รับแรงกดดันเศรษฐกิจสีเขียวโลก
ท่ามกลางแรงกดดันจากกติกาเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนและความยั่งยืนมากขึ้น ภาคธุรกิจไทยกำลังเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ล่าสุด Central Retail Corporation หรือ CRC เดินหน้ายกระดับแผนด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “CRC Shaping Net Zero Program” เพื่อเร่งขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็น “วาระธุรกิจ” มากกว่ากิจกรรม CSR หรือภาพลักษณ์องค์กร โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกและค้าส่งที่มีห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ ใช้พลังงานสูง และถูกจับตาจากทั้งนักลงทุน ผู้บริโภค และคู่ค้าระดับโลกมากขึ้น
สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CRC กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ทำให้องค์กรจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้เข้มข้นขึ้น โดย CRC วางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ให้สอดคล้องกับทิศทางของประเทศและเป้าหมาย NDC 3.0

โครงการ CRC Shaping Net Zero ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มกลางในการรวมพลัง “Environment Champion” จากทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมใน 4 มิติหลัก ภายใต้กลยุทธ์ “ReNEW” ได้แก่ การลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน การสร้างสังคมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมา CRC ลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในห้างและศูนย์กระจายสินค้า การเปลี่ยนระบบไฟ LED การขยายจุดชาร์จรถ EV การใช้รถพลังงานสะอาดในระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการลดขยะฝังกลบผ่านระบบคัดแยกและรีไซเคิล ขณะเดียวกันยังผลักดัน “โครงการฮักโลก” เพื่อกระตุ้นการบริโภคสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญขององค์กรขนาดใหญ่ในระยะต่อไป ไม่ได้อยู่เพียงแค่การตั้งเป้าหมาย Net Zero แต่คือการเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็น “แผนปฏิบัติจริง” ที่วัดผลได้และเชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ
CRC ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะเปิดพื้นที่ให้ทีมงานจากหลากหลายธุรกิจร่วมเวิร์กช็อป แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาโซลูชันใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม โดยแนวคิดที่มีศักยภาพจะถูกนำไปทดลองใช้งานจริงในระยะสั้น ก่อนต่อยอดสู่โรดแมประยะยาวขององค์กร
นอกจากนี้ CRC ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรใน Value Chain ทั้งด้านบรรจุภัณฑ์ โลจิสติกส์ พลังงาน และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน อาทิ PwC, SCGP, WHA Corporation และ PTT Oil and Retail Business เพื่อร่วมพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

จริยา จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน CRC กล่าวว่า ปัจจุบัน Net Zero ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในอนาคต โดยองค์กรต้องสร้างวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้พนักงานกว่า 50,000 คน รวมถึงคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสีย มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน
ท่ามกลางแรงกดดันด้าน ESG และกฎเกณฑ์สิ่งแวดล้อมจากตลาดโลก ความเคลื่อนไหวของ CRC สะท้อนว่า “ความยั่งยืน” กำลังกลายเป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องต้นทุนหรือภาพลักษณ์ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการเติบโตและแข่งขันในระยะยาว





