ซีพีเอฟ ใช้ AIเพิ่มคุณภาพ ร่วมพันธมิตร-SME สร้างความมั่นคงทางอาหาร

23 ต.ค. 2569 - 12:53

  • ซีพีเอฟปรับบทบาทรับการเปลี่ยนแปลง

  • ผสานเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต

  • ร่วมมือพันธมิตร และ SME สร้างความมั่นคงทางอาหารโลก

ซีพีเอฟ ใช้ AIเพิ่มคุณภาพ ร่วมพันธมิตร-SME สร้างความมั่นคงทางอาหาร

ซีพีเอฟปรับบทบาท ใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับคุณภาพการผลิต และมูลค่าสินค้า  เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงด้านการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคง  ร่วมมือพันธมิตร และ SME สร้างความมั่นคงทางอาหาร

ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กล่าวบนเวทีสัมมนา Beyond Global Food  Innovating for a Food-Secure Future ว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก บนพื้นฐานการผลิตจำนวนมากเป็นหลัก จึงมีเกษตรกรจำนวนมาก ขณะที่ยอดขายและรายได้ที่แท้จริงยังไม่สูง และการพัฒนาผลิตภาพในภาคอุตสาหกรรมยังค่อนข้างช้า

ความท้าทายต่อจากนี้คือการหาวิธีสร้างมูลค่าของสินค้าที่ผลิต โดยสร้างรายได้เพิ่มผ่าน 3 แนวทาง คือยกระดับคุณภาพการผลิตภาพ  สร้างมูลค่าให้เพิ่มขึ้นด้วย AI ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัล  การเพิ่มมูลค่า ผลักดันงานวิจัยสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ และ นำคุณค่าแบบไทยไปเติบโตในตลาดโลก ผ่านการเข้าถึงตลาด แบรนด์ ข้อตกลงการค้าเสรี และเครือข่ายระดับโลก

cpf001.jpg

เขาบอกด้วยว่า ด้วยห่วงโซ่ผู้ผลิตของซีพีเอฟที่ครอบคลุมธุรกิจอาหารสัตว์ ฟาร์ม โรงชำแหละ โรงงานแปรรูป และระบบซัพพลายเชน ไปจนถึงมือลูกค้า บริษัทจึงสามารถนำ AI มาใช้ได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคาดการณ์ผลผลิต การดูแลสุขภาพสัตว์ ระบบอัตโนมัติ การตรวจคุณภาพด้วยภาพ และการบำรุงรักษาในโรงงาน และคาดการณ์ความต้องการสินค้า  การตรวจสอบย้อนกลับ การพัฒนานวัตกรรม และการออกแบบสินค้าให้เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม

การเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน  จะทำให้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญของการยกระดับคุณภาพการผลิต  พัฒนาสูตรอาหาร ทั้งสูตรอาหารสัตว์ และสูตรอาหารสำหรับคน

Screenshot 2569-10-23 at 10.58.29.png

ในช่วง 10 ปีข้างหน้า อาหารจะกลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Asset) ของแต่ละประเทศ จากแรงกดดันจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงคราม การแบ่งขั้ว และข้อจำกัดทางการค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดภัยแล้ง น้ำท่วม และผลผลิตผันผวน รวมถึงการที่หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการมีอาหารเพียงพอ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) กลายเป็นประเด็นที่ทุกประเทศไม่อาจมองข้าม  เมื่อสิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศกระทบต่อการผลิตอาหาร ส่งผลต่อความสามารถในการจัดหาอาหาร ส่วนความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะเพิ่มข้อจำกัดในการค้าขายและการเข้าถึงอาหารด้วย

Screenshot 2569-10-23 at 10.58.42.png

ประเทศไทยมีโอกาสยกระดับบทบาทในระบบอาหารโลกจากรากฐานการผลิตและองค์กรสนับสนุนที่มีอยู่ แต่ต้องเร่งพัฒนาในหลายด้าน ทั้งความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) นวัตกรรมอาหาร (Food Innovation) การสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหาร (Food Cluster) และการเชื่อมโยงกับตลาดโลก เพิ่มศักยภาพในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

Screenshot 2569-10-23 at 10.58.55.png

เขาย้ำด้วยว่า ซีพีเอฟวางเป้าหมายปรับบทบาทจากบริษัทอาหารระดับชาติ ไปสู่การเป็นผู้สร้างขีดความสามารถให้ประเทศ หรือ National Capability Builder  ทุกการลงทุนใหม่ต้องสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศไทยควบคู่กับผลตอบแทนทางธุรกิจ พร้อมแบ่งปันและร่วมพัฒนาขีดความสามารถทั้ง คุณภาพการผลิต นวัตกรรม การส่งออกมูลค่าสูง ทุนมนุษย์ และยกระดับเกษตรกร เอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และมหาวิทยาลัย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์