CPAXT รายได้ไตรมาส 3 แตะ 1.3 แสนล้าน ปรับพอร์ตสาขา–รุกค้าปลีกพรีเมียมมาเลเซีย
ซีพี แอ็กซ์ตร้า เผยกำไรสุทธิปกติ 2,013 ล้านบาท ยอดขายออนไลน์โตมากกว่า 26% เดินหน้าลดต้นทุนจัดส่งและเพิ่มผลตอบแทนสินทรัพย์ คาดเริ่มเห็นผลในไตรมาส 4 ต่อเนื่องปี 2570
การเติบโตของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกต้องอาศัยทั้งการขยายยอดขายและควบคุมต้นทุน โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านหลายช่องทางมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องบริหารเครือข่ายสาขา ระบบจัดส่ง และพื้นที่เช่าให้สร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลงทุนเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโครและโลตัส เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มีรายได้รวม 130,362 ล้านบาท และกำไรสุทธิปกติ 2,013 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายธุรกิจค้าส่ง ยอดขายออนไลน์ที่เติบโตมากกว่า 26% และธุรกิจในประเทศมาเลเซีย
ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากกลยุทธ์ด้านราคาและการบริหารสินค้าสูญเสียของธุรกิจค้าปลีก สะท้อนความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กับการสร้างรายได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า ในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการดำเนินกลยุทธ์เพื่อการเติบโต ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดและกระทบกำไรสุทธิของงวด โดยบริษัทคาดว่าการปรับธุรกิจดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกต่อผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 และต่อเนื่องถึงปี 2570 ทั้งนี้ ข้อมูลที่เปิดเผยครั้งนี้ไม่ได้ระบุมูลค่ารายการดังกล่าวและกำไรสุทธิหลังรวมรายการพิเศษ
ปรับพอร์ตสาขา-ลดต้นทุนจัดส่ง หนุนคุณภาพกำไร
นายธนิก ธราวิศิษฏ์ ประธานคณะผู้บริหาร–กลุ่มสายงานการเงิน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไตรมาส 3 เป็นช่วงสำคัญของการปรับธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว โดยบริษัทพัฒนาทั้งช่องทางออนไลน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค และช่องทางออฟไลน์ผ่านการปรับพอร์ตและขยายธุรกิจในทำเลที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ
“เราตั้งเป้าหมายเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มไตรมาสใน Q4/2569 จนถึงปี 2570 ทั้งในด้านรายได้ คุณภาพกำไร และการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว”
— ธนิก กล่าว
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะต้นทุนการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้า หรือ Last-mile ซึ่งเริ่มเห็นผลในช่วงปลายไตรมาส 3 ควบคู่กับการปรับพอร์ตธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ เพื่อยกระดับผลตอบแทนจากการลงทุน
ซื้อ TFP ขยายฐานลูกค้าพรีเมียมมาเลเซีย
สำหรับการลงทุนในภูมิภาค บริษัทเดินหน้าเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor หรือ TFP ผู้ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในมาเลเซีย เพื่อเสริมพอร์ตสินค้าและบริการสำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูง และขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมหลายระดับมากขึ้น
บริษัทประเมินว่าตลาดค้าปลีกพรีเมียมดังกล่าวมีศักยภาพเติบโตประมาณ 8–10% ต่อปี โดยการลงทุนยังเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญและนำจุดแข็งของแต่ละธุรกิจมาต่อยอดการดำเนินงานในระยะยาว
ในเชิงกลยุทธ์ การขยายเข้าสู่ตลาดพรีเมียมจะเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากลูกค้ากลุ่มใหม่ ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนยังต้องติดตามความสามารถในการบริหารต้นทุนและพัฒนาธุรกิจภายหลังเข้าซื้อกิจการ
ปรับพื้นที่เช่า 78 แห่ง เชื่อมการซื้อสินค้ากับไลฟ์สไตล์
นอกจากธุรกิจจำหน่ายสินค้า ซีพี แอ็กซ์ตร้ายังเดินหน้าพัฒนาศูนย์การค้าภายใต้แนวคิด Happy & Healthy Mall โดยผสมผสานพื้นที่เช่ากับกิจกรรมและบริการด้านไลฟ์สไตล์ เพื่อเพิ่มเหตุผลให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการและดึงดูดผู้เช่าที่มีคุณภาพ พร้อมแผนพัฒนาและปรับปรุงกว่า 78 แห่งทั่วประเทศ
ด้านธุรกิจดิจิทัล บริษัทระบุว่าได้รับการจัดอันดับเป็นผู้นำ Grocery E-Commerce ในประเทศไทยในไตรมาสที่ผ่านมา สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกที่ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการขายและการให้บริการ
สำหรับผลประกอบการระยะถัดไป ประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนยอดขายที่เติบโตให้เป็นกำไร ผ่านการลดต้นทุนจัดส่ง การเพิ่มผลตอบแทนจากสาขาและพื้นที่เช่า รวมถึงการต่อยอดธุรกิจในมาเลเซีย ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเริ่มเห็นผลชัดขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้




