CP COE ผนึก 30 พันธมิตร พัฒนาคน-AI ต่อยอดธุรกิจ

22 ต.ค. 2569 - 09:03

  • ซีพีเชื่อม 30 พันธมิตรเทคโนโลยี ผ่าน CP COE เปิดพื้นที่เรียนรู้ ทดลอง และพัฒนานวัตกรรมจากโจทย์ธุรกิจจริง

  • นำร่อง 7 โครงการ AI ประเมินศักยภาพประโยชน์ทางธุรกิจเบื้องต้นกว่า 1,400 ล้านบาท เตรียมพัฒนาต้นแบบและทดสอบใช้งาน

  • ต่อยอดความร่วมมือสู่อาหาร สุขภาพ และความยั่งยืน เชื่อมการพัฒนาคนกับการเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน

CP COE ผนึก 30 พันธมิตร พัฒนาคน-AI ต่อยอดธุรกิจ

ซีพีผนึก 30 พันธมิตรเทคโนโลยี ปั้นคน-พัฒนา AI จากโจทย์ธุรกิจจริง

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจต้องอาศัยทั้งบุคลากรที่เข้าใจเครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยพัฒนา และพื้นที่ทดลองก่อนนำไปใช้งานจริง ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับบริษัทเทคโนโลยีจึงมีบทบาทในการเปลี่ยนความรู้ให้เป็นแนวทางแก้ปัญหา ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารร้านค้า ไปจนถึงการพัฒนาอาหารและจัดการทรัพยากร

เครือเจริญโภคภัณฑ์โดยศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพี หรือ CP Innovation Center of Excellence (CP COE) ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กร เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญเข้ากับโจทย์ธุรกิจ พร้อมพัฒนาบุคลากรให้สามารถร่วมสร้างนวัตกรรมและนำไปใช้งานได้

การประกาศความร่วมมือจัดขึ้นภายในงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2026 หรือ CP Innovation Exposition 2026 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park ฝั่ง West ภายใต้การขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบุคลากรแห่งอนาคต หรือ Tech & Future Workforce Ecosystem โดยมีทิศทางครอบคลุม AI และเทคโนโลยีดิจิทัล อาหารและสุขภาพแห่งอนาคต ตลอดจนเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

เปิดพื้นที่ทดลอง พัฒนาคนผ่านการลงมือทำ

ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า พันธมิตรด้านเทคโนโลยีเป็นกำลังสำคัญในการร่วมคิด ร่วมสร้าง และสนับสนุนการปรับตัวขององค์กร การเชื่อมความรู้และความสามารถของบุคลากรจากแต่ละบริษัทจึงเป็นพื้นฐานของการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม

cp-coe-30-tech-partners-SPACEBAR-Photo02.jpg

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพีจะเป็นแล็บ เป็นแพลตฟอร์มให้พวกเราได้ลองผิดลองถูกร่วมกัน ล้มเล็กๆ ล้มเยอะๆ อยู่ในห้องแล็บ อยู่ใน Sandbox ของเรา แล้วสร้างสรรค์สิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกร่วมกัน ให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้นต่อไป”

— ศุภชัย กล่าว

CP COE เปิดดำเนินการเมื่อปี 2568 ณ True Digital Park เพื่อเชื่อมบุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี และโจทย์จากภาคธุรกิจ โดยเปิดให้บริษัทเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนา

ส่วน CP-CoEX ทำหน้าที่เป็นกลไกการเรียนรู้และร่วมสร้างภายใต้ CP COE ผ่านการลงมือทำ การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ และการทำงานข้ามองค์กร โดยใช้โจทย์จากธุรกิจในเครือฯ ตั้งแต่เกษตรและอาหาร ค้าปลีก ไปจนถึงโทรคมนาคมและดิจิทัล เป็นฐานในการพัฒนาโครงการ

พันธมิตรมีส่วนร่วมทั้งถ่ายทอดความรู้ สนับสนุนเทคโนโลยี ให้คำปรึกษา และร่วมพัฒนาโครงการ อาทิ อาลีบาบา คลาวด์ ซีเมนส์ เทนเซ็นต์ หัวเว่ย Amazon Web Services (AWS) ชไนเดอร์ อีเล็คทริค มิตซูบิชิ อีเล็คทริค SCG กลุ่มมิตรผล คาโอ และอีแลนโค เพื่อเชื่อมความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงานและความต้องการของตลาด

นำร่อง 7 โครงการ AI ประเมินโอกาสธุรกิจกว่า 1,400 ล้านบาท

ตัวอย่างที่เริ่มดำเนินการแล้วคือ AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลักสูตรภายใต้ Business Co-Creation ของ CP-CoEX มีผู้เข้าร่วม 60 คน จาก CPF, CP ALL, CP Axtra, True, Huawei, Tencent, AWS, Kao, Schneider Electric, Mitsubishi Electric และ SCG ร่วมพัฒนา 7 โครงการ AI จากโจทย์ด้านอุตสาหกรรม การผลิต ค้าปลีก และการบริหารจัดการองค์กร

โครงการเหล่านี้มีการประเมินศักยภาพประโยชน์ทางธุรกิจเบื้องต้นรวมกว่า 1,400 ล้านบาท โดยยังต้องเดินหน้าพัฒนาต้นแบบ พิสูจน์แนวคิดทางเทคโนโลยี จัดทำแผนประเมินความคุ้มค่าทางธุรกิจ และวางแผนทดลองใช้งานหรือขยายผลตามความเหมาะสม ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นการประเมินโอกาสเบื้องต้น ยังไม่ใช่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager บริษัท Amazon Web Services (AWS) ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการเปิดโอกาสให้บุคลากรจากหลายบริษัทพัฒนาทักษะ AI ผ่านการลงมือปฏิบัติร่วมกัน ขณะที่ความหลากหลายของธุรกิจในเครือซีพีเอื้อต่อการนำความรู้และประสบการณ์จากโครงการนำร่องไปประยุกต์ใช้ต่อ ทั้งในเกษตรกรรม โทรคมนาคม ค้าปลีก และเทคโนโลยีทางการเงิน

cp-coe-30-tech-partners-SPACEBAR-Photo03.jpg

จากโครงการนำร่อง CP-CoEX เตรียมต่อยอดหลักสูตร AI ในรุ่นถัดไป พร้อมพัฒนาหลักสูตรใหม่อีก 2 ด้าน ได้แก่ Food & Longevity Business Accelerator เชื่อมวิทยาศาสตร์โภชนาการ งานวิจัย AI และธุรกิจอาหาร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตั้งแต่ค้นหาโอกาสทางตลาด สร้างต้นแบบ ทดสอบ ประเมินต้นทุน จนถึงวางแผนเข้าสู่ตลาด

อีกหลักสูตรคือ Sustainability Tech Accelerator มุ่งพัฒนาผู้นำให้ใช้เทคโนโลยีและ AI จัดการพลังงาน ทรัพยากร ของเสีย ห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนคาร์บอน พร้อมประเมินผลและความคุ้มค่าทางธุรกิจ

ต่อยอดชีวภาพ-สุขภาพสัตว์ สู่ประสิทธิภาพการผลิตอาหาร

ความร่วมมือยังครอบคลุมเทคโนโลยีชีวภาพและสุขภาพสัตว์ ซึ่งเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการผลิตอาหารและการใช้ทรัพยากร

ยานนิส พานาโยตาโคโพรอส (Ioannis Panagiotakopoulos) Director, Head of Animal Biosolutions SEA & Oceania บริษัท Novonesis กล่าวว่า ความร่วมมือกับซีพีได้ขยายสู่การลงทุนใน Co-Creation Center ซึ่งมีทั้งพื้นที่ทำงานร่วมกันและห้องปฏิบัติการ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเอนไซม์และจุลินทรีย์มาผสานกับประสบการณ์ด้านการดำเนินงานฟาร์มของซีพี เพื่อศึกษาอาหารสัตว์และไมโครไบโอม หรือกลุ่มจุลินทรีย์ในระบบที่ศึกษา มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสัตว์และลดการใช้ทรัพยากร

cp-coe-30-tech-partners-SPACEBAR-Photo04.jpg

ด้านนายสัตวแพทย์ ดร.ประพืด อักษรพันธ์ Senior Country Director – TH, VN & CLM บริษัท อีแลนโค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อีแลนโคพร้อมร่วมพัฒนาโซลูชันภายใต้แนวคิด One Health ที่เชื่อมสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของอาหาร และสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการลดการปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลาในเนื้อสัตว์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาหารสัตว์ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

cp-coe-30-tech-partners-SPACEBAR-Photo05.jpg

ศุภชัยย้ำว่า นวัตกรรมต้องเป็นสิ่งใหม่ที่ใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่า โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้า คู่ค้า ประเทศชาติ ประชาชน และสังคมโลก พร้อมให้ความสำคัญกับความกล้าทดลองและการเรียนรู้จากความผิดพลาด ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ และ AI ที่ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวทั้งผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน และรูปแบบธุรกิจ

ก้าวต่อไปของความร่วมมือจึงอยู่ที่การนำโครงการจากพื้นที่ทดลองไปทดสอบในการดำเนินงานจริง เพื่อประเมินว่าเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาได้เพียงใด มีความคุ้มค่าอย่างไร และสามารถขยายผลได้หรือไม่ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะต่อยอดนวัตกรรมได้ด้วยตนเอง

cp-coe-30-tech-partners-SPACEBAR-Photo01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์