ซีพีแจงคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ ไม่ใช่กะเพราทั้งประเทศ

25 ต.ค. 2569 - 09:09

  • ซีพีโต้ข้อมูลถือสิทธิกะเพราทั้งประเทศ ยืนยันเฉพาะพันธุ์ใหม่

  • ชี้ซีพีแรมดำเนินการวิจัยและขอคุ้มครอง ไม่ใช่ประธานอาวุโส

  • ย้ำไม่กระทบสิทธิปลูกพันธุ์ดั้งเดิม สงวนสิทธิเอาผิดข้อมูลเท็จ

ซีพีแจงคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ ไม่ใช่กะเพราทั้งประเทศ

ซีพีแจงปมกะเพรา 4 พันธุ์ ยืนยันไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ สงวนสิทธิเอาผิดข้อมูลเท็จ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ออกแถลงการณ์ตอบข้อกังวลสิทธิปลูกและซื้อขายกะเพรา ระบุการขอรับความคุ้มครองพันธุ์ใหม่เป็นการดำเนินการของซีพีแรม ย้ำไม่ใช่การถือสิทธิกะเพราทั้งประเทศ พร้อมปกป้องชื่อเสียงองค์กรและบุคคลที่ถูกพาดพิง

ประเด็นการขอรับความคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ของบริษัท ซีพีแรม จำกัด กลายเป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับสิทธิในการเพาะปลูกและซื้อขายกะเพรา หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อและสื่อสังคมออนไลน์ว่า เกษตรกรและประชาชนอาจต้องขออนุญาตจากซีพีก่อนปลูกหรือจำหน่าย ส่งผลให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ออกมาชี้แจงขอบเขตการดำเนินการและความเกี่ยวข้องขององค์กร

วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เครือเจริญโภคภัณฑ์เผยแพร่แถลงการณ์ ระบุว่า ข้อมูลที่กล่าวอ้างว่าซีพีจดคุ้มครองสิทธิกะเพราทั้งประเทศ จนเกษตรกรและประชาชนไม่สามารถปลูกหรือซื้อขายได้เองนั้นไม่เป็นความจริง และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง รวมถึงกระทบต่อชื่อเสียงของเครือฯ และนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ซึ่งถูกกล่าวพาดพิง

ชี้ซีพีแรมเป็นผู้ดำเนินการขอคุ้มครองพันธุ์ใหม่

เครือฯ ชี้แจงว่า การริเริ่ม พิจารณา และตัดสินใจเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนา ตลอดจนการขอรับความคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ทั้ง 4 สายพันธุ์ รวมถึงการยื่นคำขอหรือการเป็นผู้ทรงสิทธิ ดำเนินการภายใต้บริษัท ซีพีแรม จำกัด ไม่ได้ดำเนินการโดยนายธนินท์หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์โดยตรง

แถลงการณ์ระบุว่า ซีพีแรมเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP ALL ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีโครงสร้างการบริหาร การกำกับดูแล และกระบวนการตัดสินใจของบริษัท

เครือฯ ยืนยันด้วยว่า ในฐานะผู้ถือหุ้น ไม่ได้มีอำนาจสั่งการหรือตัดสินใจแทนคณะกรรมการและฝ่ายบริหารในการดำเนินธุรกิจประจำวันของ CP ALL และบริษัทย่อย ตลอดจนไม่ได้เป็นผู้ทรงสิทธิในพันธุ์พืชดังกล่าว

ย้ำการพัฒนาพันธุ์ต้องไม่กระทบสิทธิเกษตรกร

สำหรับเหตุผลด้านการวิจัยและพัฒนา เครือฯ ระบุว่า การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับขีดความสามารถทางการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยมองว่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเพาะปลูก พัฒนาคุณภาพผลผลิต และสร้างรายได้ให้เกษตรกร

เครือฯ ยืนยันจุดยืนว่า การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อผูกขาด และต้องไม่กระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของเกษตรกรในการเพาะปลูกและใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชดั้งเดิม โดยแถลงการณ์ระบุว่า กะเพรามีมากกว่า 300 สายพันธุ์

สงวนสิทธิดำเนินคดีผู้จงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ระบุว่า เคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการตรวจสอบโดยสุจริตของทุกภาคส่วน แต่ไม่อาจยอมรับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือการกล่าวหาบุคคลและองค์กรโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ จนสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของสาธารณชน

เครือฯ จึงขอสงวนสิทธิในการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ บิดเบือน หรือกล่าวหาโดยมิชอบจนก่อให้เกิดความเสียหาย เพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงขององค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ฉบับนี้ไม่ได้แจกแจงชื่อกะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์ สถานะการพิจารณาคำขอ และรายละเอียดขอบเขตความคุ้มครองของแต่ละพันธุ์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าใจการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชที่เป็นประเด็นได้ชัดเจนขึ้น

cp-basil-variety-protection-SPACEBAR-Photo01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์