ซีพี แอ็กซ์ตร้า ชู Hypermarket หัวใจการเติบโต “Happy & Healthy Mall”
พลิกห้างค้าปลีกสู่ Traffic Anchor เชื่อม “ช้อป-กิน-ใช้ชีวิต” สร้างประสบการณ์ครบวงจร
ตลาดค้าปลีกกำลังเปลี่ยน จากการแข่งขันด้าน ‘สินค้าและราคา’ ไปสู่การแข่งขันเพื่อแย่งชิง เวลาและประสบการณ์ของผู้บริโภค ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้ลูกค้าไม่ได้เพียงเข้ามาซื้อสินค้าแล้วเดินออก แต่ต้องการกลับมาใช้บริการบ่อยขึ้น ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น และมีเหตุผลในการกลับมาอย่างต่อเนื่อง
โจทย์ดังกล่าวเป็นทิศทางที่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร-โลตัส’ นำมาใช้ต่อยอดยุทธศาสตร์ “Happy & Healthy Mall” ซึ่งมีแผนพัฒนาและปรับปรุง 60 โครงการใน 29 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างปี 2569-2570
หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ คือการยกระดับบทบาทของ Hypermarket จากเดิมที่เป็นเพียงพื้นที่สำหรับซื้อสินค้า สู่การเป็น Traffic Anchor หรือแม่เหล็กหลักในการดึงคนเข้าสู่ศูนย์การค้า พร้อมเชื่อมโยงการจับจ่าย การรับประทานอาหาร การทำกิจกรรม และการใช้ชีวิตเข้าด้วยกัน

แนวคิดดังกล่าวทำให้ Hypermarket ไม่ได้แยกขาดจากพื้นที่ศูนย์การค้า แต่ต้องทำงานเกื้อหนุนกัน เพื่อสร้าง Traffic ให้เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน และเพิ่มโอกาสให้ร้านค้าและผู้เช่าภายในโครงการสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
จาก ‘ห้างซื้อของ’ สู่ Lifestyle Destination
ภายใต้ Happy & Healthy Mall ซีพี แอ็กซ์ตร้า วาง Hypermarket ให้เป็นจุดเชื่อมองค์ประกอบของศูนย์การค้าผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ Food Destination, Lifestyle, Wellness และ Sustainability
กลยุทธ์จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเพิ่มจำนวนสินค้า แต่รวมถึงการสร้าง ‘เหตุผลใหม่’ ให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งสิทธิประโยชน์ กิจกรรม ความบันเทิง (Events & Entertainment) และแคมเปญการตลาดที่ทำร่วมกับพันธมิตรตลอดทั้งปี
ในมุมการตลาด นี่คือการเปลี่ยนจากการพึ่งพา Traffic ที่เกิดจากการซื้อของเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้าง Engagement จากกิจกรรมและประสบการณ์ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดไปยังร้านค้าอื่นๆ ภายในศูนย์การค้า และสร้างการใช้จ่ายในระบบนิเวศที่กว้างขึ้น
อีกแกนสำคัญคือการยกระดับ Hypermarket สู่ “Fresh Food Destination” โดยมีสินค้ากว่า 50,000 รายการ และให้น้ำหนักกับหมวดอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน และเบเกอรี่

หนึ่งในประสบการณ์ที่ถูกนำมาเติมเต็มคือ Artisan Bakery ขนมอบสไตล์คราฟต์ที่เน้นกรรมวิธีแบบดั้งเดิม คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ เช่น เนยแท้จากฝรั่งเศส และนำเสนอผ่านรูปแบบ Open Kitchen เปิดให้ลูกค้าเห็นกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ยังต่อยอดคอนเทนต์ด้านอาหารเข้าสู่สินค้าและเมนูพร้อมรับประทานภายในสาขา ผ่านเมนูจากรายการ Hidden Taste Thailand Presented by Lotus’s รวมถึงการเพิ่มสินค้า Own Brand และสินค้านำเข้าจากหลากหลายประเทศ
ทั้งหมดสะท้อนความพยายามเปลี่ยนจุดขายของ Hypermarket จาก ‘ที่ซื้อของ’ ให้กลายเป็น จุดหมายด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ ที่ลูกค้ามีเหตุผลที่จะเข้ามาสัมผัสประสบการณ์มากกว่าหนึ่งครั้ง

Retail Tech เติมความสะดวก ใช้ AI เข้าใจลูกค้า
อีกมิติที่เข้ามาสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน คือ Retail Tech โดยซีพี แอ็กซ์ตร้านำข้อมูลและ AI มาใช้ตั้งแต่การทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าผ่านระบบสมาชิก My Lotus’s ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์หน้าร้าน
เทคโนโลยีอย่าง Electronic Shelf Labels (ESL), Self-Checkout และ AI ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสาขา ตั้งแต่การบริหารคิวชำระเงิน ไปจนถึงการจัดการและเติมรถเข็นช้อปปิ้ง
เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง ‘ลดต้นทุน’ หรือเพิ่มประสิทธิภาพหลังบ้าน แต่เป็นการนำเทคโนโลยีมาแก้ Pain Point ของผู้บริโภคโดยตรง ให้การจับจ่ายสะดวก รวดเร็ว และราบรื่นมากขึ้น
เมื่อมองภาพรวม การยกระดับ Hypermarket จึงเป็นมากกว่าการปรับรูปแบบร้านค้าปลีก แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของ Happy & Healthy Mall ที่ต้องการเชื่อม ‘ห้าง’ กับ ‘ศูนย์การค้า’ ให้กลายเป็นพื้นที่เดียวกันในมุมมองของผู้บริโภค
จาก ช้อปปิ้ง → อาหาร → กิจกรรม → สุขภาพ → ไลฟ์สไตล์ → เทคโนโลยี ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้สร้าง Traffic และ Engagement ซึ่งกันและกัน
โจทย์สำคัญของเกมค้าปลีกยุคใหม่จึงไม่ใช่เพียงว่า ‘จะขายอะไรให้ลูกค้า’ แต่คือ “จะสร้างเหตุผลอะไรให้ลูกค้าอยากกลับมาอีก”
และนี่คือบทบาทใหม่ของ Hypermarket ในยุทธศาสตร์ CP AXTRA ที่กำลังขยับจากพื้นที่ค้าปลีกแบบเดิม สู่การเป็น Traffic Anchor และศูนย์กลางของระบบนิเวศการใช้ชีวิต ที่เชื่อมลูกค้า ร้านค้า พันธมิตร และชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวควบคู่กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน





