สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนอ เปลี่ยนผ่านบริการรถแอป
ข้อเสนอจากองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อช่วยให้บริการเรียกรถผ่านแอปเปลี่ยนผ่านไปให้บริการอย่างราบรื่น
ข้อเสนอ 5 ของสภาผู้บริโภค ยื่นกับ ETDA และกรมการขนส่งทางบก มุ่งเน้นการเปิดเผยสถานะรถ ผู้ขับ และเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างการขึ้นทะเบียน บริการรถเรียกผ่านแอป
คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (DPS) ซึ่งกำหนดให้แพลตฟอร์มเรียกรถ ให้บริการเฉพาะผู้ขับที่มีรถจดจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและมีใบอนุญาตขับรถสาธาธารณะ รวมทั้งจัดให้มีระบบยืนยันตัวตน ตรวจสอบข้อมูลผู้ขับ กำกับดูแล ค่าบริการ และรายงานผลการดำเนินการนั้น มีผลบังคับไช้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568
แต่มีข้อร้องเรียนจากผู้ขับเกี่ยวกับอุปสรรคในการนำรถเข้าสู่การจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ทั้งขั้นตอนระยะเวลาและต้นทุน ส่งผลให้ผู้ขับบางส่วนไม่สามารถดำเนินการได้ทันกำหนด ETDA และ ขบ. จึงกำหนดมาตรการช่วยเหลือและขยาย กรอบระยะเวลาการดำเนินการออกไปถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และ 31 มีนาคม 2569
“การขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเพียงเรื่องค่าบริการหรือการยกเลิกงาน แต่ยังครอบคลุมถึง ความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยเฉพาะกรณีรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ซึ่งอาจไม่มีการตรวจสภาพรถหรือการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขับอย่างเพียงพอ”
ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับ รวมถึงกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มอย่างเป็นระบบ
“แม้การเลื่อนกำหนดบังคับใช้มาตรการจะมีเป้าหมายเพื่อให้แพลตฟอร์มและผู้ขับรถมีเวลาปรับตัวและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่มีมาตรการเรื่องความปลอดภัยและคุ้มครองผู้โดยสารที่ชัดเจน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงและกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บริการรถเรียกผ่านแอป โดยเฉพาะกรณีที่ยังมีไรเดอร์บางส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด” คงศักดิ์ กล่าว
ข้อเสนอกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
จัดทำและเผยแพร่แผนบริหารจัดการช่วงรอยต่อและภายหลังครบกำหนดวันที่ 31 มีนาคม 2569 ต่อสาธารณะอย่างชัดเจน โดยกำหนดกรอบเวลาและแนวทางจัดการรถและผู้ขับที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
กำหนดให้แพลตฟอร์มแสดงสถานะการขึ้นทะเบียนของรถและผู้ขับแก่ผู้โดยสารก่อนยืนยืนยันการใช้บริการ โดยข้อมูลต้องถูกต้องเป็นปัจจุบัน และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน
ขอให้มีมาตรการคุ้มครองผู้โดยสารในช่วงเปลี่ยนผ่านเพิ่มเติมจากความคุ้มครองตามกฎหมาย รถยนต์ภาคบังคับ โดยเฉพาะกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงหรือเหตุอาชญากรรม พร้อมจัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
ออกมาตรการป้องกันการให้บริการนอกระบบหรือการหลีกเลี่ยงกฎหมายอย่างจริงจัง โดยใช้การตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัลควบคู่กับการกำกับเชิงรุก และเปิดเผยผลการดำเนินการต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคต้องแบกรับความเสี่ยงจากช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย
และกำหนดกลไกประเมินและติดตามผลกระทบเรื่องความเพียงพอของจำนวนรถ ระยะเวลารอคอยและระดับค่าบริการทั้งก่อนและหลังการปิดระบบขึ้นทะเบียน เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการรองรับได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ลดทอนมาตรฐานความปลอดภัยและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้




