ภาวะเศรษฐกิจไทยในสายตาผู้บริโภคเริ่มส่งสัญญาณ ‘แผ่วลง’ ชัดเจนในเดือนมีนาคม 2569 หลังความไม่แน่นอนจากสงครามและราคาพลังงานที่พุ่งสูง กดดันความเชื่อมั่นและกำลังซื้อในประเทศให้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนมีนาคม 2569 พบว่า ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 51.8 จาก 53.7 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและต้นทุนทางเศรษฐกิจ
เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 45.5 ดัชนีโอกาสหางานทำอยู่ที่ 49.8 และดัชนีรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 60.2 ซึ่งลดลงจากเดือนก่อนหน้าทุกรายการ และยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับปกติที่ 100 ทั้งหมด สะท้อนว่า ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ในระยะข้างหน้า
ในมิติของช่วงเวลา ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันปรับลดลงจาก 37.4 เหลือ 35.9 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตลดลงจาก 61.7 มาอยู่ที่ 59.7 สะท้อนภาพรวมว่าทั้ง “ปัจจุบันและอนาคต” ยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงครึ่งแรกของปีมีแนวโน้ม “ระมัดระวังมากขึ้น” โดยประชาชนส่วนใหญ่ชะลอการใช้จ่ายเพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์สงคราม ราคาพลังงาน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐว่าจะมีความชัดเจนเพียงใด
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าฟื้นตัว แต่ “ความเชื่อมั่น” ซึ่งเป็นหัวใจของการบริโภคภายในประเทศ ยังคงเปราะบาง และอาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป หากปัจจัยเสี่ยงภายนอกยังไม่คลี่คลาย





