ประมงพื้นบ้าน ภาคประชาชน อัดกรมประมง แก้ปัญหาปลาหมอคางดำสะเปะสะปะ ไม่มีแผนกำจัดให้สิ้นซากประชุมทีไร มีแต่รายงานการสำรวจว่า พบที่ไหน เจอกี่ตัวที่ขัดกับข้อเท็จจริง แนะอัดงบเพิ่ม และมหาวิทยาลัย ภาคประชาชน ต้องร่วมมือวิจัยศึกษาออกแบบวิธีการกำจัดปลาหมอคางดำให้เป็นแผนระยะยาว ด้านอธิบดี ทช.เผย ไม่กระทบระบบนิเวศทางทะเล
คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ จากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.พรรคประชาชน เป็นประธาน เชิญหน่วยงานราชการ ตัวแทนภาคประชาชน เกษตรกรผู้เลี้ยงปลา และตัวแทนสภาทนายความ เข้าประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์การระบาดของปลาหมอคางดำ ผลกระทบ และมาตรการควบคุมเมื่อวานนี้ (4 มิถุนายน 2569)
ในที่ประชุม ตัวแทนเกษตรกรและ สส.จากจังหวัดที่มีการระบาด ข้องใจวิธีการสำรวจปลาหมอคางดำของกรมประมงว่ามีความแม่นยำถูกต้องเพียงใดและให้เกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการสำรวจหรือไม่ หรือมีการจัดตั้งประชาชนในเครือข่ายราชการเข้ามาร่วม
ปัจจุบัน กรมประมงแจ้งว่า มีเพียง 8 จังหวัดที่พบปลาหมอคางดำมากกว่า 10 ตัวต่อ 1 ตารางเมตร โดยไม่มีจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เป็นจุดเริ่มต้นการระบาด และยังมีปลาหมอคางดำหนาแน่น ในบางแหล่งน้ำ และเพชรบุรีที่มีปลาหมอคางดำมากอยู่ใน 8 จังหวัด
ตัวแทนสมาคมประมงพื้นบ้าน จังหวัดชลบุรีกล่าวว่า ชาวประมงในจังหวัดชลบุรี ระยอง สงสัยว่า ทำไมปลาหมอคางดำไปอยู่ที่นั่นได้ จังหวัดชลบุรีเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ไม่มีปลาหมอคางดำ แต่ปัจจุบันทั้งชลบุรี ระยอง มีปลาหมอคางดำหนาแน่น จันทบุรีเริ่มหนาแน่น จังหวัดตราดมีเยอะมาก ทั้งที่เป็นแม่น้ำคนละสาย
ตัวแทนสมาคมประมงพื้นบ้าน จังหวัดชลบุรีกล่าวว่า รู้สึกคับข้องใจเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาของกรมประมง ที่ผ่านมากรมประมงไม่มีวิธีแก้ปัญหาเลย มีแต่สำรวจว่าพบที่นั่นที่นี่ จำนวนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งข้อมูลก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงขอถามว่า กรมประมงมีวีธีแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไรบ้าง ที่ดีกว่ามาพูดว่า เจอปลาหมอคางดำที่นั่นที่นี่
‘พวกเราที่เป็นเกษตรกร ไม่ต้องการเงินเยียวยาหรอก แต่อยากจะรู้ว่า วิธีที่จะแก้ปัญหาระยะยาว กรมประมงจะมีวิธีอะไรบ้าง ที่ฟังๆมา กรมประมงไม่มีวิธีแก้ไขอะไรเลย ปล่อยให้ทุกอย่างระบาดไปตามธรรมชาติ แล้วก็ไม่แก้ไขอะไร เราไม่ต้องการการเยียยา แต่ต้องการแผนงานจากกรมประมงที่จะกำจัดปลาหมอคางดำในระยะยาว’
ในขณะที่ตัวแทนกรมประมงกล่าวเพียงว่า กรมมีแผนรองรับ ทั้งระยะสั้น ปานกลาง และระยะยาว การกำจัดการปลาหมอคางดำให้หมดไป เป็นเรื่องยาก แต่ถ้าที่ใดปลาหมอคางดำลดลง ก็เตรียมพร้อมจะเติมพวกสัตว์น้ำ นักล่าเข้าไป ซึ่งกรมฯมีศักยภาพในการผลิตปลานักล่า แต่ต้องดูความเหมาะสมหลายอย่าง ไม่สามารถปล่อยลงไปมากๆ เช่นความเหมาะสมของแหล่งน้ำ ผลกระทบต่อสัตว์น้ำอื่นๆ
นายปัญญา โตกทอง กลุ่มรักษ์แม่กลองกล่าวว่า ทุกวันนี้เราแก้ปัญหาอย่างสะเปะสะปะ การกำจัดปลาหมอคางดำ ต้องแก้ด้วยความรู้ ด้วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคประชาชนต้องทำงานร่วมกันในการศึกษาว่า เครื่องมือในการกำจัดมีอะไรบ้าง ออกแบบการกำจัดปลาหมดคางดำให้ทุกแหล่งน้ำ เอาปลาที่ได้ไปทำปลาป่น ซึ่งรอบอ่าวไทยมีโรงงานปลาป่น 70-80 แห่ง แต่รัฐไม่สนใจ จะส่งเสริมให้แปรรูปอย่างเดียว
นอกจากนั้น ต้องมีนักวิชาการที่เป็นกลางไปศึกษาว่าปลาหมอคางดำมีต้นตอมาจากไหน ดีเอ็นเอเป็นอย่างไร วิจัยเรื่องระบบนิเวศว่าเสียหายอย่างไร โดยต้องอัดงบประมาณเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหามากกว่านี้
อธิบดี ทช.ชี้ ไม่กระทบทะเล
ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดี กรมทรัพยกรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวในที่ประชุมกรรมมาธิการว่า จากการเก็บข้อมูลในรอบ 2 ปีที่ผ่านมายังไม่พบผลกระทบระบบนิเวศทางทะเล
โดยเก็บข้อมูล 2 ทาง จากการสอบถามชุมชนชายฝั่งทะเลพบว่า ผลผลิตการจับสัตว์น้ำในทะเล ไม่ได้ลดลง และ การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ในระบบนิเวศที่สำคัญ คือ บริเวณที่มีปะการัง หญ้าทะเล และป่าชายเลน ยังไม่พบผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ




