เครือข่ายประชาชนบุกพลังงาน ยื่น 8 ข้อแก้วิกฤตน้ำมันแพง
องค์กรภาคีเครือข่ายภาคประชาชน นำโดย สภาองค์กรของผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก เดินทางไปยังกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นหนังสือถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เสนอมาตรการเร่งด่วน 8 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันแพงและการจัดการโครงสร้างราคาพลังงานที่ไม่เป็นธรรม
“ค่าการกลั่น-ค่าการตลาด” พุ่งสูงผิดปกติ
ตัวแทนเครือข่ายฯ เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงวันที่ 1-10 เมษายน 2569 พบความผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงขอให้มีความชัดเจน ดังนี้
ค่าการกลั่น ค่าการกลั่นเฉลี่ยพุ่งสูงถึง 6.40 - 16.40 บาทต่อลิตร (จากระดับปกติที่ควรอยู่ประมาณ 2 บาทต่อลิตร) สร้างกำไรส่วนเกินหรือ "ลาภลอย" ให้โรงกลั่นวันละกว่า 1,000 ล้านบาท เพียงเพราะใช้ราคาอิงตลาดสิงคโปร์และบวกค่าขนส่งทิพย์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ค่าการตลาดเกินมติ กบง. มีการเก็บค่าการตลาดน้ำมันดีเซลสูงถึง 10.589 บาทต่อลิตร ในวันที่ 9 เมษายน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมของ กบง. (ไม่เกิน 1.50 บาท) ถึง 7 เท่าตัว เฉพาะ 2 วัน (9-10 เม.ย.) ผู้ค้าน้ำมันได้กำไรเกินควรไปกว่า 800 ล้านบาท "น้ำมันลม" เครือข่ายฯ ขอให้ตรวจสอบกรณีน้ำมันดีเซลหายจากระบบ 600-700 ล้านลิตร ซึ่งส่อทุจริตนำข้อมูลเท็จมาเบิกเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เสียหายกว่าหมื่นล้านบาท

เปิด 8 ข้อเสนอ สกัดวิกฤตพลังงาน
เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ภาคีเครือข่ายประชาชนจึงได้ยื่นข้อเสนอ 8 ประการ ดังนี้ รื้อโครงสร้างราคาอิงสิงคโปร์: ตัดค่าใช้จ่ายสมมติ (ค่าขนส่ง/ประกันภัย) ออก และกำหนดเพดานค่าการกลั่นไม่เกิน 2.50 บาท/ลิตร พร้อมคุมค่าการตลาดตามมติ กบง. เดิม หยุดผสมน้ำมันชีวภาพชั่วคราว ห้ามบังคับผสมเอทานอล/ไบโอดีเซล หากมีราคาสูงกว่าน้ำมันพื้นฐานเกิน 10% เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ก๊าซหุงต้ม (LPG) ต้องเป็นธรรม ให้ครัวเรือนได้ใช้ก๊าซจากอ่าวไทยก่อนในราคาต้นทุนจริง ไม่ใช่ราคาอิงตลาดโลก และให้กระทรวงพาณิชย์คุมเป็นสินค้าควบคุมราคา เรียกคืนกำไร "ลาภลอย" ใช้กฎหมายปกครองเรียกคืนเงินชดเชยที่กองทุนน้ำมันฯ จ่ายเกินจริงในส่วนของค่าการกลั่นที่เกิน 2.50 บาท/ลิตร ตรวจสอบสต็อกน้ำมันย้อนหลัง เรียกคืนกำไรจากการกักตุนสต็อกน้ำมันเก่าก่อนปรับขึ้นราคา ออก พ.ร.ก. แก้ไขกฎหมายกองทุนน้ำมันฯ ให้อำนาจคณะกรรมการเรียกคืนเงินลาภลอยจากโรงกลั่นได้ชัดเจน เบรกเงินกู้ 1.5 แสนล้าน จี้รัฐหยุดกู้เงินมาอุดหนุนกำไรเกินควรให้บริษัทพลังงาน เพราะจะเป็นภาระภาษีประชาชนในอนาคต หนุนพลังงานสะอาดพึ่งพาตนเอง ผลักดันระบบ Net Metering (หักลบกลบหน่วย) ให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาและขายไฟคืนรัฐได้อย่างสะดวก

เตือนสงครามยืดเยื้อ รัฐต้องกล้าผ่าทางตัน
เครือข่ายฯ ระบุทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานโลก รัฐบาลไทยต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการปฏิรูปโครงสร้างราคาที่กดขี่ประชาชนมานาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังค่าครองชีพ การขนส่ง และภาคการผลิต ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวอย่างรุนแรง
"หากรัฐบาลยังคงปล่อยให้มีการแสวงหากำไรเกินควรบนความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยจะไม่สามารถรับมือกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นได้อีกต่อไป" ตัวแทนเครือข่ายฯ




