ธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกเตรียมประชุมกำหนดนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูง และกดดันให้เงินเฟ้อทั่วโลกกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
การประชุมครั้งนี้มีธนาคารกลางสำคัญเข้าร่วม ได้แก่
• Federal Reserve ของสหรัฐ
• European Central Bank
• Bank of England
• Bank of Japan
โดยมีกำหนดประกาศผลการประชุมในวันพุธและพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาท่าทีของธนาคารกลางต่อผลกระทบจากสงครามอย่างใกล้ชิด
วิกฤตสงครามดันราคาพลังงานพุ่ง
สงครามที่เริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่อ Iran ส่งผลให้ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกต้องปิดลง
ขณะเดียวกัน อิหร่านยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นทันที
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานมักส่งต่อไปยังค่าครองชีพของประชาชน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร และค่าขนส่ง ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ธนาคารกลางส่วนใหญ่คาด “คงดอกเบี้ย”
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันคาดว่า ธนาคารกลางส่วนใหญ่จะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันที แต่จะเลือก คงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน เพื่อประเมินผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์ของ UniCredit ระบุว่า ธนาคารกลางต้องการรอดูว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นครั้งนี้จะส่งผลต่อเงินเฟ้อในระยะสั้นหรือระยะยาว
เฟดเผชิญแรงกดดันสองด้าน
สำหรับ Federal Reserve ของสหรัฐ ถูกมองว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องรับมือทั้ง
• ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
• สัญญาณอ่อนแอของตลาดแรงงาน
เฟดมีเป้าหมายหลักในการรักษาเงินเฟ้อให้ใกล้ระดับ 2% ควบคู่กับการรักษาการจ้างงานให้สูงที่สุด แต่ปัจจุบันเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว
ECB ย้ำพร้อมรับมือหากเงินเฟ้อพุ่ง
ด้าน Christine Lagarde ประธาน European Central Bank คาดว่าจะย้ำว่า อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ECB พร้อมใช้มาตรการทันที หากเกิดแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ ECB เคยถูกวิจารณ์ว่าตอบสนองช้าเกินไปต่อวิกฤตราคาพลังงานหลัง Russian invasion of Ukraine ในปี 2022
ญี่ปุ่นอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยหากพลังงานแพงต่อเนื่อง
ในฝั่งเอเชีย Bank of Japan ซึ่งเพิ่งเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมานาน อาจได้รับแรงกดดันเพิ่มจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากราคาพลังงานยังพุ่งต่อเนื่อง ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นในช่วงการประชุมครั้งถัดไป








