บอนด์ยีลด์พุ่งสูงทั่วโลก เตือนสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว

27 ส.ค. 2569 - 08:46

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี แตะ 5.34% ในกลางเดือนสิงหาคม สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007

  • หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ดอกเบี้ยปีที่แล้วสูงถึง 9.7 แสนล้านดอลลาร์

  • นักเศรษฐศาสตร์เตือนบอนด์ยีลด์สูงฉุดการซื้อบ้านและการลงทุนภาคธุรกิจ เสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว

บอนด์ยีลด์พุ่งสูงทั่วโลก เตือนสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว

บอนด์ยีลด์พุ่งทั่วโลก กดดันรัฐบาลและผู้บริโภคแบกภาระดอกเบี้ยหนัก

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ต่างพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษพร้อมกัน สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล ภาคธุรกิจ และผู้บริโภคทั่วโลก โดยมีสาเหตุหลักจากการขาดดุลงบประมาณที่พุ่งสูง ภาวะเงินเฟ้อที่ยังไม่สงบ และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินในสหรัฐฯ

ตัวเลขบอนด์ยีลด์อยู่ที่ระดับใด

พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ซึ่งถือเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ พุ่งแตะ 5.34% ในกลางเดือนสิงหาคม นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินโลกปี 2007 ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 5.17%

ในยุโรป พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนราว 3.22% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่พันธบัตรฝรั่งเศสอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 4.05% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ท่ามกลางความกังวลเรื่องการตัดลดรายจ่ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี แม้แต่ญี่ปุ่นซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีบอนด์ยีลด์ใกล้ศูนย์ ก็เห็นตัวเลขพุ่งขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 2.9% จาก 2.1% ในเดือนกุมภาพันธ์

ทำไมบอนด์ยีลด์จึงพุ่งสูง

ฟรีเดอริก ดูครอซต์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของธนาคารพิกเตต์ (Pictet) จากสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า นับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008-2009 หนี้สาธารณะทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยิ่งซ้ำเติมด้วยโควิด-19 สงครามในตะวันออกกลาง และสงครามการค้า ที่บังคับให้รัฐบาลต้องใช้จ่ายมหาศาล

ชาร์ล็อต เดอ มงต์เปลลีเยร์ นักเศรษฐศาสตร์จาก ING ชี้ว่า แม้แต่ประเทศที่มีวินัยการคลังอย่างเยอรมนีก็ยังเผชิญการขาดดุลที่เพิ่มขึ้น และเมื่อรัฐบาลต้องออกพันธบัตรมากขึ้นเพื่อชดเชยการขาดดุล ก็ยิ่งต้องแข่งกันดึงดูดเงินทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ผลกระทบต่อสหรัฐฯ และผู้บริโภค

สหรัฐฯ เผชิญสถานการณ์รุนแรงเป็นพิเศษ หลังหนี้สาธารณะทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทศวรรษเดียว ต้นทุนดอกเบี้ยปีที่ผ่านมาพุ่งถึง 9.7 แสนล้านดอลลาร์ จากเพียง 3.5 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2021

ความไม่แน่นอนยังเพิ่มขึ้นจากท่าทีของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ที่หลีกเลี่ยงการสื่อสารชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ที่ 3.7% เกือบสองเท่าของเป้าหมาย 2%

สำหรับผู้บริโภค บอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นหมายถึงดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ที่แพงขึ้นโดยตรง ส่วนภาคธุรกิจก็แบกต้นทุนการกู้ยืมเพื่อลงทุนสูงขึ้น ซึ่งเดอ มงต์เปลลีเยร์ สรุปว่า สุดท้ายแล้วจะฉุดให้การซื้อบ้านและโครงการลงทุนลดลง และเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์