Bolt ชี้โจทย์ใหม่เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม รายได้ต้องคู่ความปลอดภัย

24 ส.ค. 2569 - 18:42

  • Bolt ชี้รายได้คนขับต้องเดินคู่กับการทำงานอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน

  • เดินหน้าดันคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย ผ่าน Bolt Sure ลงทุนกว่า 30 ล้านบาท สนับสนุนใบขับขี่สาธารณะและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

  • แพลตฟอร์มขยับจากตัวกลางสู่ผู้มีบทบาทด้านมาตรฐาน ใช้เทคโนโลยีบริหารเวลาทำงาน ความปลอดภัย และการคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

Bolt ชี้โจทย์ใหม่เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม รายได้ต้องคู่ความปลอดภัย

เมื่อ ‘แพลตฟอร์ม’ ต้องรับผิดชอบมากกว่าการสร้างรายได้

Bolt ชี้โจทย์ใหม่เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ยกระดับคนขับมืออาชีพ สู่มาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องเดินคู่รายได้

เมื่อผู้ขับขี่แพลตฟอร์มกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งในชีวิตประจำวัน การแข่งขันของธุรกิจจึงไม่ได้อยู่แค่จำนวนผู้โดยสารหรือจำนวนเที่ยวที่เกิดขึ้นบนแอปพลิเคชัน หากยังเชื่อมโยงไปถึงมาตรฐานการทำงาน รายได้ ความปลอดภัย และหลักประกันของคนขับ

ภาพนี้สะท้อนชัดจากเวที “รวมพลังยกระดับผู้ขับขี่มืออาชีพ สู่มาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีกรมการขนส่งทางบก ตำรวจจราจร หน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัย สมาคมผู้ขับขี่ และผู้ขับขี่กว่า 100 คนร่วมแลกเปลี่ยน

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo01.png

สาระจากเวทีดังกล่าวพาไปไกลกว่าการอบรมเรื่องกฎจราจร เพราะกำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยว่า เมื่อแพลตฟอร์มมีอิทธิพลต่อวิธีทำงานของคนขับมากขึ้น บทบาทในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยก็ยิ่งหลีกเลี่ยงได้ยากขึ้น

จากคนขับบนแอป สู่ ‘ผู้ขับขี่มืออาชีพ’

ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โบลท์ ซัพพอร์ต เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า คนขับและผู้โดยสารเป็นผู้ใช้บริการสองฝั่งที่แพลตฟอร์มต้องบริหารให้สมดุล โดยเฉพาะเรื่องรายได้ของคนขับ ซึ่งสัมพันธ์กับจำนวนรอบ รายได้สุทธิ และต้นทุนจากการทำงาน

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo02.png

ข้อมูลจาก Bolt ประเมินว่า คนขับรถยนต์มีรายได้สุทธิต่อวันที่ตั้งเป้าหมายไว้ราว 2,000-3,000 บาท ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บางรายที่ทำงานเป็นประจำมีรายได้ขั้นต่ำประมาณ 1,000 บาทต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวเป็นภาพเฉลี่ยจากมุมมองของบริษัท

รายได้จึงเชื่อมโยงกับความปลอดภัยโดยตรง เพราะเมื่อเวลาบนท้องถนนคือโอกาสในการสร้างรายได้ การทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานย่อมเพิ่มความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า

ณัฐดนย์ ระบุว่า แพลตฟอร์มสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการความเสี่ยงดังกล่าว ผ่านระบบกำหนดช่วงเวลาการทำงานและการพัก เพื่อช่วยให้คนขับไม่ทำงานฝืนตัวเองเกินไป รวมถึงมีระบบ Support สำหรับสถานการณ์ผิดปกติระหว่างการเดินทาง

นี่คือจุดที่บทบาทของแพลตฟอร์มเริ่มขยับจากการเป็น ‘ตัวกลาง’ ไปสู่การเป็นผู้มีส่วนกำหนดมาตรฐานการทำงานของคนขับ

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo03.png

Compliance กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม

อีกแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการนำผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ทั้งใบขับขี่สาธารณะ การจดทะเบียนรถ และการตรวจประวัติตามกรอบของภาครัฐ

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo04.png

Bolt ระบุว่า ปีนี้มีผู้ขับขี่อัปโหลดใบขับขี่สาธารณะเพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ราย จากราว 60,000 รายในช่วงครึ่งปีแรก และเพิ่มอีกประมาณ 40,000 รายตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงช่วงเวลาสัมภาษณ์ ขณะที่บริษัทประเมินว่าผู้ขับขี่ในอุตสาหกรรมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 300,000-400,000 ราย

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การนำคนขับเข้าสู่ระบบยังเป็นภารกิจขนาดใหญ่ของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันกรอบเวลาของกรมการขนส่งทางบกที่กำหนดให้ดำเนินการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 กำลังเร่งให้แพลตฟอร์มต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ณัฐดนย์ระบุว่า Bolt ต้องการให้คนขับบนแพลตฟอร์มมีใบขับขี่สาธารณะครบ 100% ภายในกำหนด และพร้อมบล็อกผู้ที่ยังไม่ดำเนินการตามข้อกำหนด

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo05.png

บริษัทระบุว่าได้ลงทุนประมาณ 30 ล้านบาทผ่านโครงการ Bolt Sure และกิจกรรม Booster Week เพื่อสนับสนุนคนขับเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง โดยมีมาตรการลดคอมมิชชันและเงินสนับสนุนสำหรับผู้ที่อัปโหลดใบขับขี่สาธารณะ

กฎหมายที่ดี ต้องเข้าถึงง่ายด้วยเทคโนโลยี

ณัฐดนย์ ยังเสนออีกมุมที่น่าสนใจต่อการกำกับเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม นั่นคือการทำให้กระบวนการของภาครัฐ ‘ง่ายขึ้น’ ผ่าน Digitalization

การจดทะเบียนรถหรือขอใบขับขี่สาธารณะ หากยังต้องพึ่งขั้นตอนแบบ Manual และการเดินทางไปติดต่อด้วยตัวเอง ย่อมเพิ่มต้นทุนด้านเวลาให้ผู้ขับขี่ ซึ่งเวลานั้นมีมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยตรง

ข้อเสนอของ Bolt คือการพัฒนา Portal กลางที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ดำเนินการบางขั้นตอนได้ทางออนไลน์ คล้ายกระบวนการยื่นวีซ่า

แนวทางนี้สะท้อนว่า การสร้างมาตรฐานไม่จำเป็นต้องเดินคู่กับภาระที่เพิ่มขึ้นเสมอไป หากภาครัฐใช้เทคโนโลยีลดขั้นตอน การเข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมายก็มีโอกาสกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ และเอื้อต่อการกำกับดูแลในภาพรวม

ความปลอดภัยต้องครอบคลุมถึงวันที่เกิดอุบัติเหตุ

อีกองค์ประกอบที่ถูกหยิบขึ้นมาควบคู่กับ Safety คือ ‘ความคุ้มครอง’ โดยผู้บริหารโบลท์ มองว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การดูแลไม่ควรจำกัดอยู่ที่คนขับ เพราะผู้โดยสารและผู้เกี่ยวข้องบนท้องถนนก็อยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน

ปัจจุบันคนขับบางส่วนมีประกันที่จัดหาเอง ขณะที่ Bolt ระบุว่ามีประกันเชิงพาณิชย์หรือประกันสาธารณะร่วมกับพันธมิตรอย่าง Chubb และโบรกเกอร์ Doodee เพื่อเพิ่มทางเลือกและช่วยลดต้นทุนของผู้ขับขี่

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo06.png

ประเด็นนี้ทำให้ ‘ความปลอดภัย’ มีความหมายกว้างกว่าเรื่องการไม่เกิดอุบัติเหตุ เพราะระบบที่ปลอดภัยควรมีทั้งการป้องกัน การช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ และกลไกชดเชยความเสียหายที่เข้าถึงได้

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo07.png

เศรษฐกิจแพลตฟอร์มในวันที่ ‘โต’ ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ

ภาพจากเวทีครั้งนี้จึงสะท้อนโจทย์ที่ใหญ่กว่าการยกระดับคนขับของ Bolt เพราะเกี่ยวข้องกับทิศทางของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยโดยรวม

เมื่อจำนวนคนขับเพิ่มขึ้น แพลตฟอร์มมีบทบาทต่อรายได้ของผู้ขับขี่มากขึ้น และการเดินทางผ่านแอปกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งเมืองมากขึ้น ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายก็ต้องชัดเจนขึ้นตามไปด้วย

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo08.png

ภาครัฐทำหน้าที่กำหนดกติกาและบังคับใช้มาตรฐาน แพลตฟอร์มใช้เทคโนโลยีช่วยบริหารความเสี่ยงและสนับสนุนการเข้าสู่ระบบ ผู้ขับขี่ต้องรักษามาตรฐานการทำงานและวินัยบนท้องถนน ขณะที่ระบบประกันและหน่วยงานคุ้มครองต้องทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าถึงสิทธิได้จริง

โจทย์ของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มจึงกำลังเปลี่ยนจาก “สร้างรายได้ให้คนขับและความสะดวกให้ผู้โดยสาร” ไปสู่การออกแบบระบบที่ทำให้ รายได้ ความปลอดภัย กฎหมาย และความคุ้มครองเดินไปด้วยกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเติบโตของแพลตฟอร์มไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนเที่ยวที่เกิดขึ้นในระบบ หากสะท้อนด้วยว่า ระบบนั้นสามารถเติบโตโดยไม่ผลักต้นทุนความเสี่ยงให้คนขับ ผู้โดยสาร และสังคมได้มากน้อยเพียงใด

bolt-platform-driver-safety-SPACEBAR-Photo09.png

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์