Binance Research ชี้ปี 2026 ตลาดคริปโทฯเข้าสู่ยุค “Risk Reboot” เปลี่ยนผ่านสู่การเงินระดับสถาบัน

6 มี.ค. 2569 - 16:45

  • Bitcoin อาจกลับสู่จุดสูงสุดใหม่ ผู้บริหาร Gulf Binance มองว่า Bitcoin มีโอกาสกลับขึ้นแตะ 100,000 ดอลลาร์ และทำ All Time High ได้อีกครั้ง

  • ตลาดยังเสี่ยงผันผวนระยะสั้น แม้แนวโน้มระยะยาวเป็นบวก แต่ราคาอาจมีโอกาส ปรับลงทดสอบ 50,000 ดอลลาร์ จากปัจจัยเศรษฐกิจโลก

  • แนะลงทุนแบบ DCA ในช่วงตลาดแกว่งแรง นักลงทุนควร ทยอยสะสมเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน

Binance Research ชี้ปี 2026 ตลาดคริปโทฯเข้าสู่ยุค “Risk Reboot” เปลี่ยนผ่านสู่การเงินระดับสถาบัน

“นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด  และ “ดร.กร พูนศิริวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ Binance TH Academy ร่วมกันนำเสนอรายงาน Binance Research ซึ่งเป็นรายงานฉบับเต็มที่วิเคราะห์ตลาดคริปโทฯ  “Full-Year 2025 & Themes for 2026” โดยระบุว่า ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม จากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยนักลงทุนรายย่อย สู่ระบบการเงินดิจิทัลที่ได้รับแรงหนุนจากสถาบันการเงินและภาครัฐ ภายใต้สภาวะ "Risk Reboot" ล้างกระดานความเสี่ยงใหม่ พร้อมเปิด 3 ปัจจัยมหภาคขับเคลื่อนราคา Bitcoin สู่เป้าหมาย 160,000 ดอลลาร์

จากตลาด “Data Fog” สู่ “Risk Reboot” การล้างไพ่ครั้งใหญ่ของตลาดคลิปโทฯ

รายงานชี้ว่าตลาดกำลังออกจากภาวะ “Data Fog” หรือสภาวะที่ข้อมูลจำนวนมหาศาลในตลาดคริปโทฯ ทำให้นักลงทุนประเมินสถานการณ์ได้ยาก ส่งผลให้การตัดสินใจลงทุนในปี 2025 มีความคลุมเครือและไม่แม่นยำ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 ตลาดจะเข้าสู่ช่วง “Risk Reboot” หรือการรีเซ็ตความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมโครงสร้างตลาดใหม่ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและเงินทุนระดับสถาบัน

Policy Triumvirate: 3 ปัจจัยมหภาคที่กำหนดทิศทางตลาดคริปโทฯ

รายงานระบุว่าการเติบโตของคริปโทฯ ในปี 2026 จะถูกขับเคลื่อนโดย Policy Triumvirate หรือ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1. การผ่อนคลายนโยบายการเงินทั่วโลก ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับ Neutral Rate ประมาณ 3% ซึ่งคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในปีนี้ พร้อมกลับมาขยายงบดุล (Balance Sheet Expansion) คาดว่าจะเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบราว 500,000–600,000 ล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีน (PBoC) และยุโรป (ECB) ก็มีแนวโน้มใช้นโยบายผ่อนคลายเช่นกัน ส่งผลให้ สภาพคล่องทั่วโลกกลับมาสอดประสานกัน เงินทุนของนักลงทุนจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนจากการสะสมเหรียญราคาถูก (Potential Energy) ไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ที่กำลังมีโมเมนตัม (Kinetic Energy)

2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลัง การเริ่มใช้กฎหมาย OBBBA ของสหรัฐฯ คาดว่าจะมีการคืนเงินภาษีให้ภาคครัวเรือนประมาณ 100,000–150,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026

ตามสถิติในอดีต เงินที่ส่งตรงสู่ครัวเรือนมักไหลเข้าสู่ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและคริปโต ได้รวดเร็วกว่าสภาพคล่องจากธนาคารกลาง

3. การผ่อนปรนกฎระเบียบ

รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่มีแนวโน้มลดข้อจำกัดด้านเงินทุนใน Wall Street ซึ่งอาจกระตุ้น “Animal Spirits” หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ผลที่ตามมาคือกิจกรรม ควบรวมกิจการ (M&A) และ การเสนอขายหุ้น IPO อาจกลับมาคึกคัก ส่งผลเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต

นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด
นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด
ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ Binance TH Academy
ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ Binance TH Academy

Bitcoin กับบทบาท “สินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์”

ในปี 2026 Bitcoin (BTC) ถูกมองว่ากำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครือข่ายธุรกรรม สู่ สินทรัพย์ทางการเงินระดับมหภาค หนึ่งในประเด็นสำคัญคือแนวคิด Strategic Bitcoin Reserve

สหรัฐฯ มีแนวโน้มผลักดันกฎหมายเพื่อจัดตั้ง กองทุนสำรอง Bitcoin ของรัฐ โดยเปลี่ยนจากการถือครอง BTC ที่ยึดได้จากคดี ไปสู่การ ซื้อจากตลาดโดยตรงด้วยงบประมาณของรัฐ

นอกจากนี้ ประเทศอย่าง

       •      บราซิล

       •      ปากีสถาน

       •      รัสเซีย

ก็เริ่มพิจารณาแนวทางคล้ายกันด้วยการจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin ของรัฐ

Bitcoin กับตัวชี้วัดปริมาณเงิน M2

นักวิเคราะห์ยังใช้ M2 หรือปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มราคา Bitcoin ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ BTC คิดเป็นประมาณ 2% ของปริมาณเงิน M2 ในกลุ่มประเทศ G4 หากแนวโน้มในทศวรรษที่ผ่านมาเดินหน้าต่อ สัดส่วนนี้อาจเพิ่มเป็น 3% ภายในปี 2028 ซึ่งอาจส่งผลให้ราคา Bitcoin มีฐานอยู่ใกล้ระดับ 160,000 ดอลลาร์

PayFi และ Agentic Commerce: โลกการเงินยุคใหม่

อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจาก "โครงสร้างพื้นฐาน" ไปสู่ "แอปพลิเคชัน" ที่ใช้งานจริง:

• PayFi: การนำ DeFi มาผสมผสานกับการชำระเงินในชีวิตประจำวัน

• AI Agentic Payments: AI จะกลายเป็นผู้ทำธุรกรรมหลักแทนมนุษย์ ผ่านมาตรฐาน x402 โดยคาดว่าปริมาณการเทรดบน DEX จาก AI จะแซงหน้ามนุษย์ในเร็วๆ นี้

• Stablecoins & Tokenization: Stablecoin จะกลายเป็นกระดูกสันหลังใหม่ของการเงินโลก โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะพุ่งแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 ขณะที่หุ้นและพันธบัตรจะถูกแปลงเป็นโทเคน (Tokenization) เพื่อใช้เป็นหลักประกันข้ามระบบ

AI Agent กับการชำระเงิน

นวัตกรรมสำคัญคือมาตรฐาน x402 (Payment Required) ที่เชื่อมการชำระเงินเข้ากับโปรโตคอล HTTP โดยตรงข้อมูลในปีที่ผ่านมาแสดงว่า มากกว่า 90% ของธุรกรรมในระบบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยบอท AI ในอนาคต การซื้อขายบน DEX ที่ดำเนินการโดย AI Agent อาจแซงหน้าปริมาณการซื้อขายของมนุษย์

Stablecoin และ Tokenization: โครงสร้างพื้นฐานการเงินโลกใหม่

 Stablecoin ถูกมองว่าเป็น “Blue Chip” ของรอบวัฏจักรคริปโทฯ ครั้งใหม่ ในปี 2025 มูลค่าตลาด Stablecoin สูงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณธุรกรรมต่อวันแตะ 3.54 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าระบบชำระเงินของ Visa ภายในปี 2030 มูลค่าตลาด Stablecoin อาจขยายตัวถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์

Tokenization จากการออกสินทรัพย์สู่การใช้งานจริง

ปี 2026 จะเป็นช่วงที่ Tokenization ก้าวจากการสร้างโทเคนสินทรัพย์ ไปสู่การใช้งานในระบบการเงินจริง

โดยเฉพาะ

       •      หุ้นในรูปแบบโทเคน

       •      พันธบัตรโทเคน

ที่สามารถใช้เป็น หลักประกัน (Collateral) หรือใช้ในกระบวนการชำระดุลระหว่างระบบการเงินได้

binance-risk-reboot-SPACEBAR-Photo04-1.jpg
binance-risk-reboot-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

Binance TH เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่รับตลาดคริปโทฯ ยุคสถาบัน

ในประเทศไทย Binance TH ระบุว่าบริษัทมี ส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% (ข้อมูลปี 2568) และจำนวนผู้ใช้งานเติบโตถึง 400% ภายในหนึ่งปี แพลตฟอร์มเปิดโอกาสให้เริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท พร้อมสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 400 โทเคน

ฟีเจอร์สำคัญบน Binance TH

AI SELECT : ระบบวิเคราะห์เหรียญยอดนิยมโดยใช้ AI Sentiment Analysis เพื่อวิเคราะห์อารมณ์ของคอมมูนิตี้ต่อเหรียญต่าง ๆ

Learn to Earn : กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับคริปโตผ่านเว็บไซต์และแอป พร้อมโอกาสรับรางวัลสำหรับผู้ที่ทำแบบทดสอบครบ

Binance TH APEX Token : แพลตฟอร์มรวม Pre-listing Token จากโปรเจกต์ Web3 ที่มีศักยภาพ ปัจจุบันมีเหรียญผ่านการคัดเลือกแล้วกว่า 50 โทเคน

เครื่องมือวิเคราะห์ตลาดบนแพลตฟอร์ม

Binance TH ยังเพิ่มเครื่องมือข้อมูลเพื่อช่วยนักลงทุนตัดสินใจ เช่น

       •      Fear & Greed Index วิเคราะห์อารมณ์ตลาดแบบเรียลไทม์

       •      Crypto Market Cap & Volume วิเคราะห์ภาพรวมตลาดโลก

       •      Daily Insight สรุปข่าวและ Market Insight สำคัญ

       •      Spotlight Crypto ติดตามกราฟราคาและเทรดได้ทันที

อุตสาหกรรมคริปโทฯ เข้าสู่ยุค “Verifiable Trust”

รายงานสรุปว่า ปี 2026 จะเป็นช่วงของการ “ล้างไพ่” ในตลาดคริปโทฯ เหรียญที่ไม่มีโมเดลธุรกิจจริงมีแนวโน้มถูกคัดออก ขณะที่โปรโตคอล DeFi ชั้นนำสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ เช่น BNY Mellon และ BlackRock

ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมจึงไม่ใช่เพียงการกระจายอำนาจ(Decentralization) แต่คือการสร้าง “ความไว้วางใจที่ตรวจสอบได้” (Verifiable Trust) เพื่อให้ทั้งผู้บริโภคและสถาบันการเงินทั่วโลกสามารถเข้าสู่โลกคริปโตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

Bitcoin มีลุ้น ATH 100,000 ภายในสิ้นปีนี้

ขณะที่ผู้บริหารของ Gulf Binance มองว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังมีโอกาสฟื้นตัวในระยะต่อไป โดย 2 ซีอีโอของบริษัทเห็นตรงกันว่า ราคา Bitcoin ยังมีโอกาสกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) ได้ภายในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าอาจจะแตะ 100,000 ดอลลาร์

การประเมินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยราคาร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดราว 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการปรับฐานที่แรงที่สุดในรอบหลายปี

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารมองว่าหากแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคยังคงอยู่ ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ราคาจะ ปรับตัวลงไปทดสอบระดับประมาณ 50,000 ดอลลาร์ อีกครั้ง โดยทิศทางสำคัญยังขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจและท่าทีของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่

ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นความตึงเครียดของสถานการณ์ สงครามในตะวันออกกลาง ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ถูกมองว่า อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ดิจิทัลมากนัก เนื่องจากเชื่อว่าสถานการณ์ความขัดแย้งมีแนวโน้มยุติลงในระยะเวลาไม่นาน โดยมองว่าผู้นำสหรัฐฯ ไม่น่าต้องการให้สงครามยืดเยื้อจนกระทบต่อคะแนนนิยมทางการเมือง

ทั้งนี้ ผู้บริหารยังแนะนำให้นักลงทุน ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง โดยกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการ ทยอยสะสมแบบ Dollar-Cost Averaging (DCA) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในระยะสั้น และเพิ่มโอกาสในการลงทุนระยะยาว

binance-risk-reboot-SPACEBAR-Photo03.jpg
binance-risk-reboot-SPACEBAR-Photo06.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์