ที่ชาร์จ EV กทม.น้อย เพิ่ม 150 จุด ดันไฟฟ้าเกิด
สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย เผยผลวิจัยล่าสุด ระบุโครงสร้างพื้นฐานสถานีเติมพลังงานฟ้าสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ยัง “ไม่เพียงพอ” ต่อการใช้งานจริงของวินมอเตอร์ไซค์และไรเดอร์แพลตฟอร์ม
ผลการจำลองเชิงพื้นที่ด้วยระบบ Geospatial Machine Learning พบว่า กรุงเทพฯ มีสถานีชาร์จและสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่เพียง 90 จุด แต่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นอีก 153 จุด เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงสถานีได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่กระทบเวลาหรือรายได้ระหว่างงาน
งานวิจัยนำเสนอในสัมมนา Moving Cities: Conversations on Mobility Transitions in Thailand โดยทีมวิจัยจากสถาบันการขนส่ง จุฬาฯ และความร่วมมือจากภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ International Project Lab, The University of Tokyo
ทำไมต้องเพิ่มสถานีชาร์จ?
งานวิจัยชี้ว่า ปัจจุบันการวางสถานีชาร์จ EV ยังมองมิติด้านจำนวนและพื้นที่เป็นหลัก แต่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ต้องอ้อมไปเติมไฟไกลแค่ไหน เสียเวลาและรายได้เท่าไร มีความเสี่ยงแบตหมดระหว่างรับ–ส่งผู้โดยสารหรือไม่
ทีมวิจัยจึงจำลองเส้นทางและการใช้พลังงานของผู้ขับขี่ โดยพิจารณา จาก โครงข่ายถนน จุดเรียกใช้บริการและพื้นที่ที่มีคำสั่งซื้อหนาแน่น ความหนาแน่นประชา กพฤติกรรมการเดินทางของขับขี่แต่ละกลุ่มี พบว่าผู้ขับขี่มีโอกาสเจอสถานการณ์แบตเตอรี่ต่กำในหลายพื้นที่ที่ไม่มีสถานีรองรับ จึงเสนอให้กำหนดตำแหน่งสถานีใหม่โดยใช้ Loss Function เพื่อเลือกจุดที่ช่วยลดระยะทาง–เวลา–ความเสี่ยงได้มากที่สุด โดยตั้งเกณฑ์สำคัญ เช่นเดินทางถึงสถานีได้ภายใน 10 นาที ระยะไม่เกิน 2 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่เข้าถึงง่าย ไม่ติดข้อจำกัดการใช้งาน
ผู้ใช้ EV แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ต้องการสถานีต่างกัน วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไรเดอร์แพลตฟอร์ม วินมอเตอร์ไซค์แบบไฮบริดรูปแบบการวิ่งที่ต่างกัน ทำให้ต้องวางสถานีตอบโจทย์แต่ละพื้นที่เฉพาะ นัยสำคัญเชิงนโยบาย
งานวิจัยสะท้อนว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีหรือสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนด แต่ต้องออกแบบจากข้อมูลการทำงานบนท้องถนนจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดต้นทุนผู้ประกอบอาชีพ
มีข้อจำกัดที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม ได้แก่ ต้นทุนสถานีและราคาค่าเติมพลังงาน ฃฃระบบชาร์จ vs ระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่เวลาที่ต้องใช้ในการเติมพลังงาน พฤติกรรมการเดินทางในแต่ละพื้นที่
งานวิจัยเสนอว่า หากกรุงเทพฯ ต้องการเร่งเปลี่ยนรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นไฟฟ้า และดึงวิน–ไรเดอร์เข้าสู่ระบบ EV มากขึ้น การลงทุนเพิ่มสถานีชาร์จตามจุดที่มี “ดีมานด์จริง” จะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำให้ระบบเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต.


