ท่ามกลางแนวโน้มการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมการบินโลก และความต้องการเชื้อเพลิงอากาศยานคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศเริ่มผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานไทยในการเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว
การผลิต SAF ครั้งนี้ดำเนินการผ่านหน่วยผลิต HEFA-SPK SAF แบบ Stand Alone แห่งแรกของไทย ภายในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง โดย HEFA-SPK หรือ Hydroprocessed Esters and Fatty Acids Synthetic Paraffinic Kerosene เป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน เช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO)
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หน่วยผลิต SAF ของกลุ่มบริษัทบางจาก ซึ่งได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้ว ถือเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใหม่ของประเทศ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำในอนาคต
นอกจากการลงทุนในหน่วยผลิต SAF แล้ว กลุ่มบริษัทบางจากยังเดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การรวบรวมวัตถุดิบ การบริหารจัดการ ไปจนถึงการแปรรูปเป็น SAF และ Renewable Diesel หรือ HVO (Hydrogenated Vegetable Oil) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงดีเซลชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทระบุว่า การพัฒนาโครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนทั้งความมั่นคงด้านพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ แม้หลายประเทศทั่วโลกยังอยู่ระหว่างกำหนดนโยบายสนับสนุนการใช้ SAF อย่างเป็นรูปธรรมก็ตาม
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทบางจากเตรียมส่งออก SAF ให้แก่ผู้ซื้อระดับโลกเป็นครั้งแรกในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงการบินยุคใหม่ในระดับสากล ทั้งด้านมาตรฐานคุณภาพ การรับรองผลิตภัณฑ์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังตอกย้ำบทบาทของบางจากในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกพลังงานทดแทนของไทย และต่อยอดสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานสีเขียว ภายใต้วิสัยทัศน์ “รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว” เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดพลังงานคาร์บอนต่ำทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต





