เงินบาทแกว่งผันผวน จับตาตะวันออกกลางกดดันทิศทางตลาดโลก
เปิดตลาด 32.08 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มสัปดาห์เคลื่อนไหวในกรอบกว้าง
รายงาน Economic Review & Weekly Update with Global Markets ระบุว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ที่กว้าง ระหว่าง 31.73-32.14 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 31.75 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนเงินดอลลาร์อ่อนค่าและราคาน้ำมันที่ปรับลดลง หลังอิหร่านส่งสัญญาณเปิดช่องแคบ Hormuz
อย่างไรก็ตาม เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งเหนือระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด จากท่าทีอิหร่านที่ปิดช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงจากระดับใกล้ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงสู่โซน 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งล่าสุด Donald Trump ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าว ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน หากการเจรจาหยุดยิงไม่คืบหน้า ยิ่งเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินโลก
มุมมองเศรษฐกิจโลก
ฝั่งสหรัฐฯ ตลาดรอติดตามข้อมูลสำคัญ ทั้งยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมีนาคม และดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนเมษายน เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
ด้านยุโรป นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษ เช่น เงินเฟ้อ CPI, PPI และยอดค้าปลีก รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งตลาดประเมินว่า ECB มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ BOE อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง
ฝั่งเอเชีย ตลาดรอประเมินทิศทางนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ขณะที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย เพื่อรับมือแรงกดดันจากความผันผวนภายนอก
สำหรับประเทศไทย คาดว่าผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น อาจทำให้ดุลการค้าเดือนมีนาคมขาดดุลเพิ่มขึ้น จากมูลค่านำเข้าที่เร่งตัว แม้การส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่อง
แนวโน้มเงินบาท
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นหลัก
• แนวรับ: 32.00 / 31.75–31.85 / 31.50 บาทต่อดอลลาร์
• แนวต้าน: 32.20–32.30 / 32.50 บาทต่อดอลลาร์
นอกจากนี้ ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ยังต้องจับตาแรงกดดันจากโฟลว์จ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึงราว 1 แสนล้านบาท และกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าได้ 1–4%
ในเชิงเทคนิค เงินบาทเริ่มเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากแนวโน้มอ่อนค่าไปสู่การแข็งค่า หลังสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้มีโอกาสเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways หรือ Sideways Down ในระยะถัดไป
กรอบค่าเงินบาท
• สัปดาห์นี้: 31.50–32.50 บาท/ดอลลาร์
• ระยะ 24 ชั่วโมง: 31.85–32.15 บาท/ดอลลาร์
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยง เช่น การใช้ Options และการวิเคราะห์แบบ Scenario เพื่อรับมือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังอยู่ในระดับสูง




