เงินบาทเปิดแข็งค่า 31.32 บาท/ดอลลาร์ ทองคำพุ่งหนุน แม้ดอลลาร์ยังได้แรงจากเฟด
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.32 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 31.46 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะตลาดเงินโลกที่ยังผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนไร้ทิศทางที่ชัดเจน ก่อนทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย เข้าใกล้โซนแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 31.21–31.48 บาทต่อดอลลาร์
แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแบบผสมผสาน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนออกมาดีกว่าคาด และเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่ส่งสัญญาณเร่งลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์
โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย ราคาทองคำปรับขึ้นรับข่าวความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ จากความกังวลว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรอย่างอิสราเอล อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังสถานการณ์ประท้วงและจลาจลในกรุงเตหะรานทวีความรุนแรงและมีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าตามการปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด แต่เงินบาทยังได้แรงพยุงจากราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในระยะสั้นและตลอดสัปดาห์นี้ พูนประเมินว่า ตลาดควรระวังความผันผวนในช่วงรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI รวมถึงยอดค้าปลีก ซึ่งอาจส่งผลต่อการปรับมุมมองนโยบายการเงินของเฟด นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีคำตัดสินในวันที่ 14 มกราคมนี้
หากศาลสูงสุดตัดสินยกเลิกมาตรการดังกล่าว และให้รัฐบาลสหรัฐฯ คืนภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บไป อาจเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังสหรัฐฯ กดดันทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ระยะยาว ขณะที่ราคาทองคำอาจได้รับอานิสงส์ อย่างไรก็ดี ตลาดยังต้องจับตาท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ หลังคำตัดสิน เนื่องจากยังสามารถใช้กฎหมายอื่นในการขึ้นภาษีนำเข้าได้
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท พูนมองว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideways หรือไร้ทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากแม้เงินดอลลาร์ยังมีโมเมนตัมแข็งค่า แต่เงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากราคาทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งกรณีสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา สหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO และล่าสุดสถานการณ์ตึงเครียดกับอิหร่าน
อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดควรระวังความเสี่ยงแบบ Two-way Risk หรือการเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ท่ามกลางความผันผวนที่สูงขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อนโยบายการเงินของเฟด ราคาทองคำ และประเด็นเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ
ในเชิงเทคนิค หากเงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าทะลุแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน แนวโน้มระยะสั้นยังคงแกว่งตัวไร้ทิศทาง แต่ในระยะกลาง เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า ตราบใดที่ยังไม่อ่อนค่าทะลุระดับ 31.80 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ 31.00–31.65 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 31.15–31.30 บาทต่อดอลลาร์




