เงินบาทเปิดอ่อนค่าแตะ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ จับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน จาก Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.19 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up โดยแกว่งตัวในกรอบ 32.15-32.32 บาทต่อดอลลาร์ ตามการกลับมาแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน
แม้ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในภาวะหยุดยิง แต่ยังมีรายงานการเผชิญหน้าและเหตุปะทะเป็นระยะบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดการเงินยังคงกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงดังกล่าวสะท้อนผ่านการอ่อนตัวของราคาทองคำ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาทในระยะสั้น
ตลาดจับตา Trump-Xi Summit และเงินเฟ้อสหรัฐฯ
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ปัจจัยสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกต้องติดตามในสัปดาห์นี้ คือ การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
พร้อมกันนี้ นักลงทุนยังรอติดตาม รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนเมษายนของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ในระยะถัดไป
ภาพเศรษฐกิจโลกยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน
ฝั่งยุโรป ตลาดรอติดตามถ้อยแถลงของ ธนาคารกลางอังกฤษ และ ธนาคารกลางยุโรป รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของ เยอรมนี และอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของยูโรโซน
ด้านเอเชีย นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของ จีน เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ขณะที่ตลาดไทยยังต้องติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก
เงินบาทยังเผชิญ Two-Way Risk
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น นายพูนมองว่า แม้แรงกดดันด้านอ่อนค่าจะชะลอลงบ้างตามความหวังต่อการเจรจาหยุดยิง แต่เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่หากออกมาดีกว่าคาด อาจเป็นแรงหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อได้
อีกปัจจัยหนึ่งคือ กระแสเงินปันผลที่จ่ายให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งในสัปดาห์นี้ลดลงเหลือเพียงราว 4 พันล้านบาท จากระดับสูงในช่วงก่อนหน้า ทำให้แรงกดดันต่อเงินบาทอาจไม่รุนแรงเท่าที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี Krungthai GLOBAL MARKETS ย้ำว่าเงินบาทยังอยู่ในภาวะ ‘Two-Way Risk’ หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง นักลงทุนและภาคธุรกิจจึงควรบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
ในเชิงเทคนิค หากประเมินตามแนวโน้มแบบ Trend-Following ค่าเงินบาทยังคงอยู่ในทิศทางอ่อนค่า และจะกลับมาเป็นภาพแข็งค่าชัดเจนได้ก็ต่อเมื่อสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างต่อเนื่อง
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า
• กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้: 31.85-32.65 บาทต่อดอลลาร์
• กรอบเงินบาทใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า: 32.15-32.45 บาทต่อดอลลาร์




