ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์ หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกมาส่งสัญญาณว่าการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้ยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมา ทำให้ความกังวลของนักลงทุนคลายตัวลงชั่วคราว ขณะที่ตลาดยังคงจับตาการปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกยังคงทรงตัวในระดับสูง
เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการเฟด กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การตัดสินใจในการประชุมวันที่ 16 กันยายนจะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ออกมา โดยหากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมมีแนวโน้มดีขึ้น ตนพร้อมสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม แต่หากเงินเฟ้อยังร้อนแรง ก็อาจพิจารณาปรับขึ้น
"การตัดสินใจของผมจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมเป็นสำคัญ" วอลเลอร์ระบุ
ก่อนหน้านี้ จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวกับ CNBC ว่า ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้อง "รอดูสถานการณ์" เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่านโยบายการเงินปัจจุบันเพียงพอที่จะดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายหรือไม่
ตลาดเอเชียและวอลล์สตรีทพุ่งรับข่าว
ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปรับตัวขึ้นกว่า 2.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตลาดโซล โตเกียว เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ เวลลิงตัน จาการ์ตา และไทเปต่างปรับตัวขึ้นเช่นกัน ด้านวอลล์สตรีท ดัชนีดาวโจนส์และนาสแด็กต่างปิดบวกเกิน 1 เปอร์เซ็นต์
เงินเยนแข็งค่า คาดธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ย
เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยอยู่ที่ราว 155.90 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับ 160.40 เยนเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้
ราคาน้ำมันยังร้อนแรงหลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะ
แม้ตลาดโดยรวมจะฟื้นตัว แต่ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 91.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 95.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ และอิหร่านปะทะกันอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากกว่า 6 เดือน




