ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปรับตัวลงในวันพุธ หลังนักลงทุนประเมินสถานการณ์ความไม่คืบหน้าของการเจรจาสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง และปัญหาที่เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาด
หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านแถลงเมื่อวันอังคารว่า วอชิงตันต้องยอมรับแผนสันติภาพล่าสุดของเตหะราน หรือเผชิญกับความล้มเหลว หลังประธานาธิบดี Donald Trump เตือนว่าการหยุดยิงในสงครามตะวันออกกลางใกล้จะล่มสลาย ทั้งสองฝ่ายปฏิเสธที่จะผ่อนผันและขู่ว่าจะกลับมาต่อสู้กันอีกครั้ง แต่ไม่มีฝ่ายใดดูเหมือนจะเต็มใจที่จะกลับสู่สงครามเต็มรูปแบบ
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นเอเชีย
ตลาดหุ้นหลักในเอเชียปรับตัวลง โดยฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ไทเป ซิดนีย์ กรุงเทพฯ มะนิลา และกัวลาลัมเปอร์ทั้งหมดปิดในเขตลบ ขณะที่จาการ์ตาร่วงลงเกือบ 2% หลังค่าเงินรูเปียห์ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติมีการขนส่งน้ำมันของโลกหนึ่งในห้าผ่าน เกือบหยุดชะงักลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในช่วงต้นการซื้อขายเอเชีย โดยน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.6% อยู่ที่ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ West Texas Intermediate ลดลง 0.5% อยู่ที่ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัญหาภาคเทคโนโลยี AI
กรุงโซลแสดงสัญญาณฟื้นตัวหลังทำเนียบประธานาธิบดีออกมาห่างเหินจากข้อเรียกร้องให้มีภาษีสังคมจากผลกำไร AI ดัชนี Kospi ที่อุดมไปด้วยหุ้นเทคโนโลยีร่วงลง 5% ในวันอังคาร หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงเสนอ "เงินปันผลระดับชาติ" เพื่อกระจายกำไรส่วนเกินจาก AI
เกาหลีใต้ประกาศจะเพิ่มการใช้จ่ายด้าน AI เป็น 3 เท่าในปีนี้ เพื่อเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสามอำนาจ AI ชั้นนำของโลกร่วมกับสหรัฐฯ และจีน
ปัญหา Samsung และผลกระทบ
ความล้มเหลวของการเจรจาระหว่าง Samsung Electronics กับสหภาพแรงงานใหญ่ที่สุดสร้างปัญหาเพิ่มเติมต่อแผน AI ของโซล โดยหุ้นบริษัทลดลงสูงสุด 6.1% ตามรายงานของ Bloomberg
Samsung เป็นผู้ผลิตชิปสำคัญที่ใช้ในทุกอย่างตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดความกังวลว่าการหยุดงานที่วางแผนไว้อาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักและความเสียหายอย่างรุนแรง
ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคล่าสุดในสหรัฐฯ ที่เปิดเผยเมื่อวันอังคาร ยืนยันว่าราคาพลังงานที่สูงกำลังกระตุ้นเงินเฟ้อ โดยดัชนีพุ่งสู่จุดสูงสุดในรอบ 3 ปีในเดือนเมษายน นักลงทุนจะจับตาดูผลงานของยักษ์อินเทอร์เน็ตจีนอย่าง Alibaba และ Tencent ที่กำหนดจะเปิดเผยผลประกอบการ บริษัททั้งสองแข่งขันกันลงทุนใน AI แต่ประสบปัญหาผลงานหุ้นที่อ่อนแอ ขณะที่พยายามตามทันคู่แข่งจากสหรัฐฯ





