เอเชีย (AFP) – ตลาดการเงินเอเชียฟื้นตัวในวันอังคาร หลังเผชิญแรงเทขายรุนแรงก่อนหน้านี้ โดยตลาดหุ้นปรับขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ ทองคำ โลหะมีค่า และราคาน้ำมัน รีบาวด์กลับ หลังนักลงทุนคลายความตื่นตระหนกจากปัจจัยลบหลายด้านที่ถาโถมตลาดในช่วงต้นสัปดาห์
วอลล์สตรีทหนุนแรงซื้อ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แกร่งเกินคาด
แรงฟื้นตัวในตลาดเอเชียได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังข้อมูลระบุว่า ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ขยายตัวในเดือนมกราคมเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 และเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 12 เดือน สร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ดอลลาร์แข็งจากปัจจัยเฟด กดดันทองร่วงแรงก่อนเด้งกลับ
ก่อนหน้านี้ ตลาดการเงินปั่นป่วนอย่างหนัก หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่า “สายเหยี่ยว” ขึ้นเป็นประธานเฟด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
การแข็งค่าของดอลลาร์ฉุด ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดที่ 4,402 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ เงิน (ซิลเวอร์) ลงสู่ 71 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่
อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ผ่อนคลายลง ประกอบกับแรงขายที่เริ่มชะลอ ทำให้ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยและน้ำมันเริ่มฟื้นตัวในวันอังคาร
โซล–โตเกียวนำตลาดเอเชียฟื้นตัวแรง
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับขึ้นโดดเด่นราว 5% หลังร่วงหนักในวันก่อนหน้า โดยดัชนีที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูงยังได้แรงหนุนจากกระแส AI ซึ่งดันตลาดปรับขึ้นราว 20% ตั้งแต่ต้นปี
ด้านตลาดญี่ปุ่น นิกเกอิ ปรับขึ้นกว่า 2.9% ขณะที่ตลาดหุ้นใน ฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ต่างปิดบวกเช่นกัน
นักวิเคราะห์ระบุว่า การร่วงลงก่อนหน้านี้ไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเทคโนโลยี แต่เป็นผลจากแรงบังคับขายในสินทรัพย์อื่น ซึ่งนำไปสู่การปรับพอร์ตของนักลงทุน
ตลาดจับตาการเมืองสหรัฐฯ หลังรัฐบาลชัตดาวน์
นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์การเมืองในสหรัฐฯ หลังทรัมป์เรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งผ่านร่างงบประมาณ เพื่อยุติภาวะ รัฐบาลชัตดาวน์ ที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่สาม โดยผู้นำสภาฝ่ายรีพับลิกันส่งสัญญาณว่าข้อตกลงอาจใกล้เกิดขึ้น




