ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นแรงและราคาน้ำมันดิ่งลงในวันศุกร์ หลังนักลงทุนมีความหวังว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่จะช่วยฟื้นฟูการจัดหาพลังงานโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
ตลาดน้ำมันผันผวนจากความหวังข้อตกลง
ตลาดน้ำมันมีความผันผวนอย่างมากในสัปดาห์นี้ เมื่อนักลงทุนพยายามประเมินโอกาสที่จะเกิดข้อตกลงระหว่างวอชิงตันและเตหะรานที่อาจทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ปกติ
ความหวังดังกล่าวเคยสั่นคลอนเมื่อสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีทางทหารใหม่ต่อแหล่งของอิหร่านเมื่อคืนวันพุธ โดยอิหร่านตอบโต้ด้วยการที่กองทัพการปฏิวัติโจมตีฐานทัพอากาศอเมริกันในภูมิภาค
เจรจาเข้าใกล้ข้อตกลงขยายหยุดยิง
แต่ในเย็นวันพฤหัสบดี นักเจรจาได้เข้าใกล้ข้อตกลงขยายการหยุดยิงที่เปราะบางอีก 60 วัน แม้ยังต้องการการอนุมัติจากประธานาธิบดี Donald Trump แหล่งข่าวจากสหรัฐฯ เปิดเผยต่อ AFP
ข่าวดังกล่าวทำให้หุ้นในวอลล์สตรีทที่เปิดตัวอย่างซบเซากลับมาปิดในทิศทางบวก
ดัชนีหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นแรง
ในช่วงเช้าของวันศุกร์ในเอเชีย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.9 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ประมาณ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมัน West Texas Intermediate ลดลง 1.1 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ต่ำกว่า 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ดัชนีหุ้นหลักในตลาดโตเกียว โซล และไทเปปรับตัวขึ้นมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ซิดนีย์เพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ ตลาดฮ่องกงปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ส่วนดัชนีหลักของเซี่ยงไฮ้ลดลง 0.4 เปอร์เซ็นต์
ปัจจัยเศรษฐกิจและ AI หนุนตลาด
ผู้เชี่ยวชาญจาก Oxford Economics ระบุว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยลดลงเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลงและความน่าจะเป็นของสถานการณ์เลวร้ายสุดลดลง การปรับตัวของราคาหุ้นส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการลงทุนด้าน AI
ความคาดหวังต่อ AI ทั่วโลกผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวอย่างประวัติศาสตร์ โดยในสัปดาห์นี้ทำให้มูลค่าตลาดของผู้ผลิตชิปอย่าง Micron และ SK Hynix ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์
ในยุโรป ผู้สังเกตการณ์รอการประชุมสำคัญของผู้นำเพื่อหารือวิธีจัดการกับการขาดดุลการค้ากับจีน สหภาพยุโรปจะจัดการอภิปรายเกี่ยวกับมาตรการป้องกันบริษัทในทวีปจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากคู่แข่งจีน





