ฟินเทคกับบทบาทใหม่
เมื่อบริการการเงินดิจิทัลกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม
ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลแทรกซึมทุกมิติของชีวิต บริการทางการเงินไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นตัวกลางในการชำระเงินหรือปล่อยสินเชื่ออีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่บทบาทของ “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม” ที่มีผลต่อความสามารถในการเข้าถึงโอกาสของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่นอกระบบการเงินดั้งเดิม
หนึ่งในภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว คือกรณีของ แอสเซนด์ นาโน ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลภายใต้บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ที่ล่าสุดได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อ “Change the World 2025” ของนิตยสาร Fortune ซึ่งคัดเลือกองค์กรธุรกิจระดับโลกที่ใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า การที่แอสเซนด์ นาโน ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ “Change the World” ของนิตยสาร Fortune ในปีนี้ สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยมองว่าการเข้าถึงบริการทางการเงินควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน

ทั้งนี้ บริษัทมุ่งพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่มีความโปร่งใส ปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้งานจริง เพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประชาชน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
การจัดอันดับดังกล่าวดำเนินมาเป็นปีที่ 11 โดย Fortune ใช้เกณฑ์พิจารณาหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม การเชื่อมโยงผลลัพธ์ทางสังคมกับผลประกอบการ และความแตกต่างด้านนวัตกรรมเมื่อเทียบกับผู้เล่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน การที่ฟินเทคจากประเทศไทยได้รับการกล่าวถึงในเวทีระดับสากล สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เปลี่ยนไปของธุรกิจการเงินดิจิทัลในระบบเศรษฐกิจโลก
บริบทสำคัญของประเทศไทยคือ ยังคงมีประชากรราว 5 ล้านคน หรือประมาณ 8% ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะแรงงานอิสระ ผู้ค้ารายย่อย และผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน ช่องว่างดังกล่าวทำให้เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินศักยภาพทางการเงินรูปแบบใหม่ แทนการพึ่งพาเอกสารรายได้หรือประวัติสินเชื่อแบบดั้งเดิม
แอสเซนด์ นาโน เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2563 โดยใช้ข้อมูลดิจิทัล เช่น พฤติกรรมการทำธุรกรรมผ่านมือถือและการซื้อขายออนไลน์ มาประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการสินเชื่อรายย่อยกว่า 2.5 ล้านราย และกว่าครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาก่อน ข้อมูลยังชี้ว่า ผู้กู้จำนวนมากนำเงินไปใช้เพื่อเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน ทั้งการสร้างรายได้ การศึกษา และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินด้านสุขภาพ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าบริการการเงินดิจิทัลไม่ได้ทำหน้าที่เพียง ‘ปล่อยเงินกู้’ แต่เริ่มมีบทบาทในการลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ และเพิ่มทางเลือกให้กับประชากรกลุ่มเปราะบางในระบบเศรษฐกิจ
ในระยะถัดไป ภาคการเงินดิจิทัลของไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ผ่านการพัฒนา Virtual Bank ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน โดยเชื่อมโยงเทคโนโลยี ข้อมูล และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าด้วยกัน ภายใต้โจทย์สำคัญเรื่องความโปร่งใส ความปลอดภัย และความเป็นธรรม
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า ฟินเทคกำลังกลายเป็นกลไกเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจดิจิทัล มากกว่าการเป็นเพียงนวัตกรรมเชิงธุรกิจ และการเติบโตของภาคการเงินรูปแบบใหม่นี้ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดทิศทางความสามารถในการแข่งขันและความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว


