เส้นทางทะเลอาร์กติก: ทางลัดที่น่าสนใจแต่ยังไกลจากการเปลี่ยนแปลงการค้าโลก
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในอ่าวเอเดนที่กองกำลังฮูตีโจมตีเรือสินค้าผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบจนทำให้ปริมาณเรือที่ใช้คลองสุเอซลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทเดินเรือจากจีนและเกาหลีใต้เริ่มทดสอบเส้นทางทะเลเหนือ (Northern Sea Route หรือ NSR) ผ่านน่านน้ำรัสเซียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเดินเรือเตือนว่าเส้นทางดังกล่าวยังมีข้อจำกัดมากเกินกว่าจะมาทดแทนเส้นทางหลักได้
ทำไมอาร์กติกจึงน่าสนใจ
กลุ่มประกันสินเชื่อโคเฟซ (Coface) รายงานในเดือนเมษายนว่า NSR สามารถลดระยะทางระหว่างเอเชียและยุโรปได้ 30-40% เมื่อเทียบกับการใช้คลองสุเอซ และลดได้เกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการอ้อมแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้ประกอบการเดินเรือจำนวนมากหันมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของกลุ่มฮูตี อย่างไรก็ตาม เส้นทางอ้อมทวีปแอฟริกานั้นเพิ่มระยะเวลาเดินทางและต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมหาศาล
ข้อจำกัดที่ขวางกั้นความเป็นไปได้
ปอล ตูเรต์ ผู้อำนวยการสถาบันเศรษฐศาสตร์การเดินเรือชั้นสูง (ISEMAR) แห่งเมืองแซ็ง-นาแซร์ ประเทศฝรั่งเศส กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า "เส้นทางอาร์กติกใช้ได้เฉพาะตามฤดูกาล ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคมเท่านั้น" และยังต้องใช้เรือที่ได้รับการรับรองสำหรับน้ำแข็ง ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าปกติ ส่งผลให้เรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ประเภท Supramax ที่ครองส่วนแบ่งหลักในการขนส่งโลกไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้
เรือคอนเทนเนอร์จีน "ดูไบ ทาวเวอร์" ที่ออกเดินทางจากเมืองหนิงโปสู่ยุโรปผ่าน NSR ในเดือนนี้ มีขนาดบรรทุกเพียงหนึ่งในสิบของเรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ตามที่ เจโรม เดอ ริกเลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านขนส่งทางทะเลจากบริษัท Upply ระบุ
ตัวเลขที่สะท้อนความเป็นจริง
ข้อมูลจากกลุ่มประกันภัย Allianz Commercial เผยว่าปีที่ผ่านมามีเรือผ่าน NSR เพียง 23 ลำ เพิ่มขึ้นจาก 15 ลำในปี 2024 ขณะที่คลองสุเอซมีเรือผ่านเฉลี่ย 35 ลำต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แม้จะลดลงจากกว่า 50 ลำต่อวันก่อนที่กลุ่มฮูตีจะเริ่มโจมตีในปี 2023 โคเฟซประเมินว่าการขนส่งระหว่างเอเชียตะวันออก ยุโรปเหนือ และอเมริกาเหนือที่จะสามารถเปลี่ยนมาใช้เส้นทางอาร์กติกได้จริงมีเพียง 3.5% เท่านั้น
การเมืองนำหน้าพาณิชย์
นอกจากข้อจำกัดด้านปฏิบัติการแล้ว บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของตะวันตกหลายราย ทั้ง CMA-CGM จากฝรั่งเศส MSC จากสวิตเซอร์แลนด์ และ Hapag-Lloyd จากเยอรมนี ประกาศแล้วว่าจะไม่ใช้เส้นทางนี้ ขณะที่นักวิชาการมองว่าการเคลื่อนไหวของจีนและเกาหลีใต้มีมิติทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าเหตุผลทางธุรกิจ ตูเรต์กล่าวทิ้งท้ายว่า "นกนางแอ่นตัวเดียวไม่ได้บอกว่าฤดูร้อนมาถึง และเรือคอนเทนเนอร์จีนลำเดียวก็ไม่ได้สร้างเส้นทางสายไหมขั้วโลก"




