Aisoft จาก Travel Tech ฝ่าวิกฤตด้วยการปรับตัว

26 ต.ค. 2569 - 14:32

  • 22 ปีที่ไม่ได้เริ่มจาก AI แต่เริ่มจากปัญหา ทักษะ บุนนาค CEO และผู้ก่อตั้ง Aisoft มองเห็นช่องว่างของการจองตั๋วเครื่องบินเมื่อกว่า 20 ปีก่อน จึงพัฒนา Booking Engine เชื่อมระบบ Amadeus รองรับข้อมูลกว่า 500 สายการบินทั่วโลก 

  • เจอ Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 ระลอก OTA เงินทุนมหาศาลเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ก่อนเจอวิกฤตโควิดที่ทำให้ Travel Agency หายไปเกือบหมด บริษัทจึงต้องปรับจาก Travel Tech ไปสู่ Software Development Outsourcing เพื่อเอาตัวรอด 

  • บทเรียน SME: อย่ามีรายได้ขาเดียว วันนี้ Aisoft มีทั้ง Travel Tech, Software Development และ AI พร้อมเดินหน้าสร้าง “น้องสบาย” AI Travel Agent ที่สั่งงานด้วยเสียง และใช้แนวคิด Partnership สร้าง Ecosystem แทนการทำทุกอย่างคนเดียว 

Aisoft จาก Travel Tech ฝ่าวิกฤตด้วยการปรับตัว

Aisoftจาก Travel Tech ฝ่าวิกฤตด้วยการปรับตัว 

จากวันที่ Travel Agency บอกว่า “ไม่มีใครใช้หรอก” สู่การเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก Booking Engine ของไทย ก่อนเจอ 2 คลื่น Disruption ทั้ง OTA (Online Travel Agency) และโควิด จนต้องเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทซอฟต์แวร์ท่องเที่ยว สู่ธุรกิจ 2 ขา และเดินหน้าด้วย AI 

22 ปีก่อน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “ตลาดใหม่” 

ทักษะ บุนนาค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอ ซอฟท์  จำกัด กล่าวว่า  ย้อนกลับไปปี 2004 วันที่อินเทอร์เน็ตและการจองตั๋วออนไลน์ยังไม่ใช่เรื่องปกติ การเดินทางไปต่างประเทศของคนไทยยังต้องพึ่ง Travel Agency หรือสายการบินเป็นหลัก เรามองเห็นปัญหาจากประสบการณ์ของตัวเอง  เวลาต้องจองตั๋วเครื่องบิน Travel Agency มักเสนอทางเลือกมาให้เพียงไม่กี่ตัวเลือก ทั้งที่ในตลาดจริงมีเที่ยวบินและราคามากกว่านั้น 

Aisoft-from-Travel-Tech-overcame-crisis-this-way-SPACEBAR-Photo06.jpg

คำถามง่ายๆ จึงเกิดขึ้นว่า “ทำไมลูกค้าถึงเลือกเองไม่ได้?”

จากคำถามนี้ ทักษะจึงชวนเพื่อนที่ทำงานอยู่กับ Amadeus ในฝรั่งเศส มาพัฒนาระบบ Booking Engine ทดลองเขียนโปรแกรมอยู่ประมาณ 6 เดือน ก่อนนำไปเสนอ Amadeus Thailand เพื่อขอเชื่อมต่อ API 

ตอนแรกคำตอบคือ “ไม่ขาย API” แต่เรื่องกลับพลิกในสัปดาห์ถัดมา เมื่อ Amadeus เสนอทางเลือกใหม่ 

“ถ้าไม่ขาย API งั้นมาเป็นพาร์ทเนอร์กันไหม?” 

นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Aisoft และความสัมพันธ์กับ Amadeus ที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ระบบในเวลานั้นสามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากสายการบินทั่วโลกได้มากกว่า 500 สายการบิน และถูกพัฒนาเป็น Booking Engine สำหรับ Travel Agency 

Aisoft-from-Travel-Tech-overcame-crisis-this-way-SPACEBAR-Photo04.jpg

จาก “ไม่มีใครใช้” สู่หนึ่งในผู้บุกเบิก Booking Engine ไทย 

แต่การมีเทคโนโลยีไม่ได้แปลว่าตลาดพร้อมใช้ ช่วง 3 ปีแรกคือช่วงที่ AIsoft ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก Travel Agency ในยุคนั้นส่วนใหญ่ยังบริหารโดยผู้ประกอบการรุ่นเก่า และมองว่าการจองตั๋วผ่านระบบออนไลน์เป็นเรื่องยุ่งยาก  ตั้งแต่การจอง การออกตั๋ว การเปลี่ยนเที่ยวบิน ไปจนถึงการคืนตั๋ว ล้วนมี Process ซับซ้อนที่ต้องใช้คนจัดการ 

AIsoft จึงเคยมีลูกค้าเพียง 3 ราย และเกือบไปไม่รอด 

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นพร้อมกับการเข้ามาของสายการบิน Low-cost ซึ่งช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ (Educate) ตลาดให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์ 

AIsoft จึงเริ่มมีโอกาสเติบโต ขณะเดียวกันบริษัทส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวด Thailand Innovation Award และคว้าอันดับ 1 ในปี 2007 ก่อนคว้าอันดับ 1 ใน Asia Pacific ICT Award ตามมา 

รางวัลไม่ได้เป็นเพียงถ้วยรางวัล แต่กลายเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ Product หลังปี 2007 จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนมีลูกค้ารวมราว 327 ราย และมีลูกค้าต่างประเทศที่ Amadeus ส่งต่อมาให้อีกราว 55 รายในออสเตรเลีย รวมถึงลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

AIsoft จึงกลายเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด Booking Engine ของไทย 

Aisoft-from-Travel-Tech-overcame-crisis-this-way-SPACEBAR-Photo01.jpg

ทำไมเลือก “ท่องเที่ยว” เป็น Business DNA 

ทักษะไม่ได้เริ่มต้นจากการตั้งบริษัท Software House แล้วรับงานทุกอย่าง ตรงกันข้าม เขาเลือก “ท่องเที่ยว” เป็นจุดยืน 

เหตุผลคือ หากประเทศไทยมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีอาจต้องไปแข่งขันกับสหรัฐฯ หากเป็นหุ่นยนต์อาจต้องแข่งกับญี่ปุ่น แต่ประเทศไทยมีจุดแข็งที่ชัดเจนอย่าง “การท่องเที่ยว” 

จึงเกิดคำถามว่า ถ้าไทยเก่งท่องเที่ยว แล้วทำไมไม่สร้าง IT สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเอง AIsoft จึงเริ่มจากระบบสายการบิน ก่อนขยายไปสู่โรงแรม รถเช่า และบริการท่องเที่ยวอื่นๆ 

วันนี้ระบบถูกพัฒนาจนกลายเป็น ERP (Enterprise Resource Planning) สำหรับ Travel Agency ครอบคลุมตั้งแต่การจองตั๋ว โรงแรม รถเช่า Attraction ไปจนถึง Mid Office สำหรับออก Invoice และเอกสารต่างๆ 

พูดง่ายๆ คือพยายามดูแลกระบวนการตั้งแต่ “จองจนจบ”

Aisoft-from-Travel-Tech-overcame-crisis-this-way-SPACEBAR-Photo03.jpg

แต่ธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง 

หลังเติบโตจากตลาด Travel Agency อีกด้านหนึ่ง AI Soft ต้องเจอกับ Disruption ครั้งแรก เมื่อ OTA ต่างชาติบุกเข้ามาในไทย 

ผู้เล่นอย่าง Booking.com, Traveloka และแพลตฟอร์มต่างชาติรายอื่น มีเงินทุนมหาศาลสำหรับทำ Marketing และ Acquisition ขณะที่ Travel Agency แบบดั้งเดิมไม่สามารถแข่งขันด้านราคาและเงินทุนได้ พฤติกรรมผู้บริโภคจึงเปลี่ยนจากการเดินเข้า Travel Agency ไปสู่การจองตรงผ่าน OTA 

ผลกระทบจึงย้อนกลับมายัง Aisoft 

วิกฤตสร้างโอกาส จากธุรกิจ "ขาเดียว" สู่ "หลายขา" 

เมื่อ Travel Agency ลดลง ตลาด Booking Engine ก็ลดลงตาม แต่ยังไม่จบ 

Disruption ครั้งที่ 2 หนักกว่าเดิม โควิด-19 เมื่อคนไม่เดินทาง Travel Agency ก็แทบไม่มีธุรกิจให้ทำ จาก Travel Agency หลายหมื่นรายในช่วงก่อนโควิด เหลือเพียงผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวนไม่มากที่ยังสามารถประคองธุรกิจไว้ได้ โดยเฉพาะรายที่มีฐานลูกค้า Corporate 

Aisoft-from-Travel-Tech-overcame-crisis-this-way-SPACEBAR-Photo05.jpg

สำหรับ Aisoft นี่คือช่วงที่ “ลูกค้าหายเกือบหมด”

วิธีรอดไม่ใช่รอให้ตลาดท่องเที่ยวกลับมา แทนที่จะปิดบริษัท Aisoft เลือกใช้สิ่งที่มีอยู่ในมือ นั่นคือ “คน + Skill + ประสบการณ์ด้าน Software” 

บริษัทจึงปรับตัวเองจาก Travel Tech ไปสู่การรับพัฒนา Software ให้กับองค์กรอื่น 

จากเครือข่ายของผู้บริหาร บริษัทได้งานจากองค์กรขนาดใหญ่ เช่น Unilever และ Counter Service รวมถึงงานด้านระบบ Payment ที่เกี่ยวข้องกับ 7-Eleven ผ่านเครือข่าย Gosoft และ CP ALL 

วิกฤตจึงบังคับให้ Aisoft เปลี่ยนจากบริษัทที่มี “ขาเดียว” เป็นธุรกิจที่มีหลายขา วันนี้บริษัทมีทั้ง Travel Technology + Software Development Outsourcing + Turnkey Project + Product ใหม่ รวมถึง Digital Business Card ที่พัฒนาขึ้นในช่วงโควิดเพื่อแทนการใช้บัตรกระดาษ โดยใช้ NFC เป็นกลไกเชื่อมต่อ 

AI ไม่ได้เพิ่งเข้ามา แต่ Aisoft อยู่กับ “AI เฉพาะทาง” มานานแล้ว 

ชื่อ Aisoft อาจฟังดูเหมือนบริษัทที่เกิดมาในยุค AI แต่จริงๆ แล้วชื่อถูกตั้งขึ้นเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทักษะเล่าว่า ในเวลานั้น AI ยังเป็นเรื่องไกลตัว แต่เขามองว่าอนาคตจะต้องมาถึง จึงนำคำว่า AI มารวมกับ Software กลายเป็น Aisoft 

และในทาง Product บริษัทก็ทำสิ่งที่มีลักษณะคล้าย AI มานานแล้ว หนึ่งในนั้นคือ 'Master Pricer'

ระบบสามารถนำข้อมูลเที่ยวบินจากหลายสายการบินมาวิเคราะห์และจับคู่เที่ยวบินขาไป-กลับ เพื่อค้นหาตัวเลือกที่เหมาะสมทั้งด้านราคาและเวลา แทนที่ผู้ใช้จะต้องไล่ดูเที่ยวบินจำนวนมาก ระบบจะคำนวณและคัดตัวเลือกที่เหมาะสมขึ้นมาให้เลือกอย่างรวดเร็ว 

ทักษะมองว่านี่คือรูปแบบหนึ่งของ AI เฉพาะทาง ที่บริษัทพัฒนามาตั้งแต่ก่อนยุค Generative AI 

จาก Booking Engine สู่ “น้องสบาย” AI Travel Agent 

วันนี้ Aisoft กำลังเดินต่ออีกขั้นด้วย Generative AI หนึ่งใน Product คือ “สบาย” (SABAI) AI Travel Agent ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่คล้าย Travel Agency อัตโนมัติ 

ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับระบบด้วยเสียง แล้วให้ AI ช่วยค้นหาตั๋วเครื่องบิน วาง Itinerary และจัดการงานด้านการท่องเที่ยว ระบบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหน้าเว็บไซต์ แต่สามารถเชื่อมต่อกับช่องทางอย่าง LINE และโทรศัพท์ได้ด้วย 

เบื้องหลังยังมี Dashboard สำหรับองค์กรหรือ Travel Agency เพื่อติดตามการทำงานของ AI Agent หลายตัวพร้อมกัน 

แนวคิดจึงเปลี่ยนจาก “คนใช้ Software” ไปสู่ “AI ทำงานผ่าน Software ให้คน” 

ทักษะถอดบทเรียนจากช่วงวิกฤตว่า แต่ก่อนอะไรที่เราไม่ถนัดเราไม่เคยรับงานเลย ต่อมาเราปรับมุมมองใหม่ และเห็นว่า  SME ต้องไม่ฝากชีวิตไว้กับรายได้ทางเดียว ประสบการณ์ 22 ปีทำให้ทักษะเปลี่ยนความเชื่อเรื่องการทำธุรกิจ 

ในอดีตเขาเชื่อว่า SME ต้อง Focus ให้สุด ทำเรื่องเดียวให้ดีที่สุด แต่หลังเจอทั้ง OTA และโควิด เขากลับพบว่า 

“โต๊ะขาเดียว โดนเลื่อยขาเมื่อไหร่ก็ล้ม”

ธุรกิจจึงควรมี 3-4 ขา หรือมีรายได้หลายทาง เพื่อให้เมื่อขาหนึ่งสะดุด ยังมีขาอื่นช่วยพยุงธุรกิจ นี่คือหลักคิดที่เขาอยากฝากถึง SME ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะยุค AI 

AI ไม่ได้ฆ่า Programmer แต่กำลังเปลี่ยน Programmer 

ทักษะมองว่า SME Tech ไม่ควรตั้งรับ AI ด้วยความกลัว แต่ต้องยกระดับบทบาทของคน โปรแกรมเมอร์อาจไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียน Code อีกต่อไป แต่ต้องขยับขึ้นไปควบคุมกระบวนการ ตั้งแต่ System Analysis, Software Development Life Cycle ไปจนถึง Quality Control 

AI จึงเป็นเหมือน “แรงงาน” ที่เข้ามาช่วยเขียน Code ขณะที่คนต้องเป็นผู้ควบคุมภาพรวม โดยเฉพาะระบบที่มีความซับซ้อน เช่น ERP หรือ CRM สำหรับองค์กร 

การปล่อยให้ AI ทำทั้งหมดโดยไม่มีคนรับผิดชอบยังเป็นความเสี่ยง เพราะสุดท้ายเมื่อระบบผิดพลาด ลูกค้าไม่ได้ถามว่า “AI ทำพลาดใช่ไหม?” แต่จะถามว่า “ใครรับผิดชอบ?” นี่จึงเป็นช่องว่างที่คนและบริษัท Software ยังมีบทบาท 

จากคู่แข่งสู่พันธมิตร “ไม่ต้องรวยคนเดียว” 

อีกบทเรียนสำคัญของ AI Soft คือการสร้าง Ecosystem ทักษะมองว่า SME ไม่สามารถทำทุกอย่างเองได้ โดยเฉพาะโครงการ Enterprise ที่ต้องใช้ทั้ง Software, Hardware, Network, Cloud และ Infrastructure 

ตัวอย่างหนึ่งคือโครงการ Smart Golf Cart ที่ต้องใช้ทั้ง Software, GPS, Mobile Network, Hardware และระบบ Cloud  AI Soft ทำ Software แต่ไม่จำเป็นต้องทำ Hardware หรือ Network เอง 

การมี Partner จึงทำให้บริษัทสามารถประกอบโซลูชันที่ใหญ่ขึ้นได้ แนวคิดเดียวกันเกิดขึ้นจากการเข้าร่วม Transformative Infinite SMEs Program โดย AIS Infinite SME ซึ่งทำให้ AI Soft ได้รู้จักผู้ประกอบการ SME อีก 20 บริษัท และเปลี่ยนมุมมองจาก “คู่แข่ง” เป็น “พันธมิตรที่ร่วมกันทำงานได้” 

จากเดิมที่อาจมองว่า “นี่คือคู่แข่งของเรา” กลายเป็น “งานนี้เราไม่ถนัด แต่เขาถนัด งั้นมา Join กัน” 

สำหรับทักษะ นี่คือหัวใจของ Ecosystem ในยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องรวยคนเดียว แต่สามารถ “แบ่งกันรวย” ได้ 

22 ปี Aisoft ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี 

จากจุดเริ่มต้นที่เกิดจากความหงุดหงิดของนักเดินทางคนหนึ่งที่อยากเลือกตั๋วเครื่องบินเอง สู่ Booking Engine ที่เชื่อมสายการบินทั่วโลก 

ผ่านยุคที่คนไม่เชื่อว่า Online Booking จะเกิดขึ้นจริง 

ผ่าน Disruption จาก OTA 

ผ่านวิกฤตโควิดที่ทำให้ตลาดลูกค้าหลักแทบหายไป 

จนต้องเปลี่ยนตัวเองจาก Travel Tech ไปสู่ Software House ที่มีหลายขา  

วันนี้กำลังเดินเข้าสู่ยุค AI ด้วย AI Travel Agent ที่ชื่อ “สบาย” 

สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจไม่ใช่แค่ Product 

แต่คือวิธีคิดของคนทำธุรกิจ อย่ายึดติดกับความสำเร็จเดิม อย่ามีรายได้ขาเดียว และที่สำคัญ อย่าพยายามทำทุกอย่างคนเดียว เพราะในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อยๆ บริษัทที่อยู่รอดอาจไม่ใช่บริษัทที่เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นบริษัทที่... 

“ปรับตัวเร็ว เชื่อมต่อเก่ง และมีพันธมิตรมากพอที่จะไม่ล้ม เมื่อขาใดขาหนึ่งถูกเลื่อย” 

แนวคิดเรื่องการเติบโตผ่านเครือข่ายและความร่วมมือทางธุรกิจ ยังสอดคล้องกับแนวทางของ AIS Infinite SMEs ที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเทคโนโลยี (Connect Technology) โอกาสทางธุรกิจ (Connect Market) และเครือข่ายพันธมิตร (Connect Partner) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดความเชี่ยวชาญของตนเอง สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ และเติบโตได้ในระบบนิเวศที่แข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับบทเรียนที่ Aisoft เรียนรู้ตลอด 22 ปีของการดำเนินธุรกิจว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เกิดจากการรู้จักเชื่อมต่อกับคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม  

AIS Infinite SMEs

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์