รฟท.เร่งซ่อมแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ครบ 9 ขบวน 14 ก.ย.

9 ก.ย. 2569 - 11:31

  • รฟท.เร่งเพิ่ม 6 ขบวน จากปัจจุบันให้บริการ 5 หลังพบปัญหาล้อรถสึกและต้องนำขบวนรถเข้าซ่อมเพื่อความปลอดภัย

  • ลุ้นซ่อมครบ 9 ขบวน 14 ก.ย. โดย รฟท.เร่งซ่อมขบวนรถที่เหลือ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการให้บริการก่อนเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน

  • เตรียมรับช่วงต่อ 1 ต.ค. รฟท.เตรียมเสนอแผนต่อบอร์ด 10 ก.ย. พร้อมยืนยันแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จะไม่หยุดให้บริการ แม้เอกชนยุติสัญญา

รฟท.เร่งซ่อมแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ครบ 9 ขบวน 14 ก.ย.

รฟท.เร่งกู้ ‘แอร์พอร์ต เรล ลิงก์’
เสนอ บอร์ด 10 ก.ย. เพิ่มขบวน รับช่วงต่อ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งเดินหน้าแผนบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หลังเกิดปัญหาล้อขบวนรถสึกจนต้องนำรถเข้าตรวจสอบและซ่อมแซม ส่งผลให้ปัจจุบันมีขบวนรถพร้อมให้บริการ 5 ขบวน จากทั้งหมด 9 ขบวน โดย รฟท.เตรียมเสนอแผนต่อคณะกรรมการ รฟท. ในวันที่ 10 กันยายน 2569 เพื่อเพิ่มขบวนรถให้เพียงพอต่อการให้บริการ และวางแนวทางรองรับการเดินรถในช่วงเปลี่ยนผ่าน

รายงานจาก รฟท.ระบุว่า ขบวนรถที่มีปัญหาล้อสึกอยู่ระหว่างการซ่อมแซม โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนขบวนรถที่ให้บริการเป็น 6 ขบวน ได้ในระยะนี้ และเร่งดำเนินการซ่อมให้ครบทั้ง 9 ขบวน ภายในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมของระบบก่อนเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการเดินรถ

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และอยู่ในเครือ ซี.พี. แจ้งขอใช้สิทธิเพื่อสิ้นสุดสัญญาและยุติการเดินรถในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทำให้ รฟท.ต้องเร่งเตรียมแผนรองรับ เพื่อให้บริการรถไฟฟ้าสายดังกล่าวสามารถเดินหน้าต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะไม่หยุดให้บริการ แม้เอกชนจะยุติการเดินรถ โดย รฟท.อยู่ระหว่างเตรียมแผนรับช่วงการให้บริการ พร้อมหารือกับเอกชนให้ช่วยเดินรถต่อในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 2-4 เดือน เพื่อให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. มีเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับการรับช่วงดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เอกชนยังไม่ได้แจ้งคำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อเสนอของ รฟท. ทำให้การประชุมบอร์ด รฟท.ในวันที่ 10 กันยายน มีความสำคัญต่อการกำหนดแนวทางเดินรถและแผนรองรับในระยะต่อไป

ด้านการเตรียมความพร้อมของ รฟท. นอกจากเรื่องขบวนรถแล้ว ยังต้องบริหารจัดการด้านบุคลากร โดยเฉพาะพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ระบบที่ต้องใช้ในการเดินรถ หากต้องรับช่วงการให้บริการเองทั้งหมด รฟท.อาจต้องใช้บุคลากรจากหน่วยงานเดิมที่มีประสบการณ์ รวมถึงเสริมกำลังจากบริษัทลูก เพื่อให้สามารถเดินรถได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน การรับภาระเดินรถเองยังมีประเด็นด้านต้นทุน โดยกระทรวงคมนาคมประเมินว่า หาก รฟท.เข้ามาบริหารจัดการเอง จะมีภาระขาดทุนประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี จึงอยู่ระหว่างหาแนวทางเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของการให้บริการ

สำหรับระยะสั้น สิ่งที่ต้องติดตามคือความพร้อมของขบวนรถว่าจะสามารถกลับมาให้บริการได้ครบ 9 ขบวนตามแผนภายในวันที่ 14 กันยายนหรือไม่ ขณะที่ระยะต่อไปต้องจับตาผลการประชุมบอร์ด รฟท.วันที่ 10 กันยายน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการกำหนดแผนเดินรถและการรองรับผู้โดยสารหลังสิ้นสุดสัญญากับเอกชน

ทั้งนี้ รฟท.ยืนยันว่า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์เป็นบริการขนส่งสาธารณะที่มีความสำคัญต่อการเดินทางเชื่อมโยงสนามบินสุวรรณภูมิกับกรุงเทพฯ จึงต้องจัดเตรียมแผนรองรับเพื่อให้การให้บริการเดินหน้าต่อเนื่อง และลดผลกระทบต่อผู้โดยสารในช่วงเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์