แอร์บัส A350 ทำสถิติโลก บินไม่แวะพัก 24 ชั่วโมงจากออสเตรเลียถึงฝรั่งเศส
เครื่องบินแอร์บัส A350-1000ULR ที่ผ่านการดัดแปลงพิเศษลงจอดที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นการบินทดสอบระยะทาง 23,076 กิโลเมตรจากออสเตรเลีย โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 24 ชั่วโมง 24 นาที ถือเป็นสถิติโลกใหม่สำหรับเที่ยวบินทดสอบระยะไกล และเป็นก้าวสำคัญก่อนที่สายการบินควอนตัสจะนำเครื่องบินรุ่นนี้เข้าประจำการในปีหน้า
เส้นทางข้ามสามทวีปสองมหาสมุทร
เที่ยวบินดังกล่าวพาดผ่านสามทวีปและสองมหาสมุทร โดยผู้โดยสารบนเครื่องได้พบกับพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้นถึงสองครั้ง เที่ยวบินนี้ยังติดอันดับเที่ยวบินที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบนเว็บไซต์ติดตามการบิน Flightradar24 ก่อนหน้านี้ เครื่องบินลำเดียวกันได้บินจากเมืองตูลูสไปยังเมลเบิร์นในเที่ยวบินขาไป ระยะทาง 17,000 กิโลเมตร ใช้เวลา 19 ชั่วโมง 12 นาที
ความพิเศษของ A350-1000ULR
ตัวอักษร ULR ในชื่อรุ่นย่อมาจาก Ultra Long Range หรือ "ระยะไกลสุดขีด" ซึ่งทำได้โดยการติดตั้งถังเชื้อเพลิงเพิ่มเติมขนาด 20,000 ลิตรที่ตำแหน่งกึ่งกลางด้านท้ายเครื่อง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบหมุนเวียนอากาศและเสริมฉนวนกันเสียงในห้องโดยสารให้เงียบขึ้น โดยทีมงานบนเครื่องประกอบด้วยนักบินทดสอบจากแอร์บัส 8 คน นักบินจากควอนตัส 2 คน และวิศวกรของแอร์บัสอีก 2 คน
โครงการ Project Sunrise ของควอนตัส
ควอนตัสจะรับมอบ A350-1000ULR ลำแรกในเดือนเมษายน 2025 และมีแผนสั่งซื้อเพิ่มอีก 11 ลำ เพื่อใช้เปิดเส้นทางบินตรงไม่แวะพักระหว่างออสเตรเลียกับสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยเส้นทางลอนดอน-ซิดนีย์จะเริ่มให้บริการในเดือนตุลาคม 2027 และตามด้วยเส้นทางซิดนีย์-นิวยอร์กในเวลาต่อมา โครงการที่ใช้ชื่อว่า Project Sunrise นี้วางแผนมานานกว่า 9 ปีแต่เผชิญกับความล่าช้าต่อเนื่อง
เปรียบเทียบกับเที่ยวบินพาณิชย์ยาวที่สุดในปัจจุบัน
ปัจจุบันเที่ยวบินพาณิชย์ที่ยาวที่สุดในโลกคือเส้นทางสิงคโปร์-นิวยอร์กของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งครอบคลุมระยะทาง 15,350 กิโลเมตร และใช้เวลากว่า 18 ชั่วโมง โดยใช้เครื่องบิน A350 อีกรุ่นหนึ่ง เมื่อควอนตัสเปิดเส้นทางซิดนีย์-ลอนดอนแบบไม่แวะพักได้สำเร็จ จะถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการบินพาณิชย์ระยะไกลอย่างสมบูรณ์




