สหรัฐฯ ระงับขายอาวุธ 4.5 แสนล้านให้ไต้หวันชั่วคราว อ้างสำรองไว้ใช้สู้ศึกในสงครามอิหร่าน

23 พ.ค. 2569 - 09:46

  • หง เฉา รักษาการรัฐมนตรีว่าการทบวงทหารเรือสหรัฐฯ เผยว่า “สหรัฐฯ กำลังระงับการขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.5 แสนล้านบาท) ให้แก่ไต้หวันเป็นการชั่วคราว”

  • การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ จะมีอาวุธเพียงพอสำหรับสู้ศึกในสงครามอิหร่าน

  • ขณะที่ไต้หวันแถลงว่า “ยังไม่ได้รับข้อมูลหรือการแจ้งเตือนใด ๆ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนข้อตกลงขายอาวุธดังกล่าวของสหรัฐฯ แต่อย่างใด”

สหรัฐฯ ระงับขายอาวุธ 4.5 แสนล้านให้ไต้หวันชั่วคราว อ้างสำรองไว้ใช้สู้ศึกในสงครามอิหร่าน

หง เฉา รักษาการรัฐมนตรีว่าการทบวงทหารเรือสหรัฐฯ เผยว่า “สหรัฐฯ กำลังระงับการขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.57 แสนล้านบาท) ให้แก่ไต้หวันเป็นการชั่วคราว” เพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ จะมีอาวุธเพียงพอสำหรับสู้ศึกในสงครามอิหร่าน 

หง เฉา ยืนยันข้อมูลดังกล่าวในระหว่างการแถลงต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้และไม่มีข้อผูกมัดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการขายอาวุธในครั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน 

ขณะที่โฆษกสำนักประธานาธิบดีไต้หวันได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ที่ผ่านมาว่า “ทางไต้หวันยังไม่ได้รับข้อมูลหรือการแจ้งเตือนใด ๆ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนข้อตกลงขายอาวุธดังกล่าวของสหรัฐฯ แต่อย่างใด” 

อย่างไรก็ดี การขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้แก่ไต้หวัน สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลจีนมานานแล้ว ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เหนือไต้หวันว่าเป็นอาณาเขตของตน และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเข้ายึดครอง 

“ตอนนี้เรากำลังระงับการส่งมอบไว้ชั่วคราวเพื่อให้แน่ใจว่าเรามีกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับปฏิบัติการ ‘Epic Fury’ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก...เราแค่ต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรามีทุกอย่างครบถ้วน แต่หลังจากนั้น การขายอาวุธให้ต่างประเทศจะดำเนินการต่อไป เมื่อรัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็น” 

หง เฉา กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.)   

Reuters รายงานเมื่อเดือนมีนาคมว่า “แพ็กเกจความช่วยเหลือด้านอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ รอการอนุมัติจากทรัมป์มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยในแพ็กเกจดังกล่าวประกอบด้วยขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ เช่น ‘PAC-3’ ของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน และระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ” 

ทางด้านทรัมป์ยังไม่ได้ออกมายืนยันว่าจะอนุมัติแพ็กเกจนี้อย่างเป็นทางการ แต่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “มันเป็นเครื่องมือต่อรองที่ดีมากในการเจรจากับจีน” ทรัมป์บอกอีกว่า “จะทำการตัดสินใจภายในระยะเวลาอันสั้นนี้เกี่ยวกับการขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน” 

ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นทันทีหลังจบการประชุมสุดยอดทรัมป์-สีที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งในงานนั้น สี จิ้นผิง ได้บอกกับทรัมป์ว่าประเด็นเรื่องไต้หวันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดระหว่างสหรัฐฯ และจีน 

ในเวลาต่อมา ทรัมป์ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเขาได้หารือเรื่องการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้แก่ไต้หวัน ‘ในรายละเอียดอย่างลึกซึ้ง’ ร่วมกับสี จิ้นผิง ทั้งที่สหรัฐฯ เคยให้คำมั่นไว้กับไต้หวันเมื่อปี 1982 ว่า ‘สหรัฐฯ จะไม่ปรึกษาหารือกับรัฐบาลจีนในเรื่องดังกล่าว’ 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกอีกว่าเขาจะพูดคุยโดยตรงกับ ไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เกี่ยวกับการขายอาวุธครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการฉีกแนวทางปฏิบัติทางการทูตดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง และมีแนวโน้มที่จะสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับรัฐบาลจีน 

รัฐบาลจีนได้ยื่นคัดค้านอย่างรุนแรงเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หลังจากที่สหรัฐฯ อนุมัติข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.59 แสนล้านบาท) ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแพ็กเกจความช่วยเหลือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุในเวลานั้นว่า “ข้อตกลงดังกล่าวจะเร่งผลักดันให้สถานการณ์บริเวณช่องแคบไต้หวันก้าวไปสู่จุดที่อันตรายและมีความรุนแรง” 

ขณะที่ ไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้เน้นย้ำว่า “การขายอาวุธของสหรัฐฯ นั้นเป็น ‘ปัจจัยสำคัญในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค’” 

(Photo by I-HWA CHENG / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์