ทีมกู้ภัยในฟิลิปปินส์กำลังเร่งช่วยเหลือผู้รอดชีวิตหลังจากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 ทางตอนใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 รายและบาดเจ็บ 400 ราย
ในเมืองเจนเนอรัลซานโตสบนเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คนจากอาคารที่พังถล่ม อีกทั้งเมืองนี้ยังถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ อาคารหลายหลังพังถล่ม ถนนเต็มไปด้วยเศษซาก และสายไฟขาด
นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 รายในจังหวัดซารังกานี ที่ส่วนใหญ่เกิดจากดินถล่มซึ่งฝังบ้านเรือนในเมืองกลานซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในจังหวัดเซาท์โคตาบาโต ดาเวาตะวันตก และเกาะบาลุต
พื้นที่บางส่วนในจังหวัดซารังกานียังเข้าถึงได้แค่ทางเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น ขณะที่ความกังวลเรื่องอาฟเตอร์ช็อกกำลังทำให้งานกู้ภัยล่าช้าลง
โรดริโก ซอสเมนา หัวหน้าฝ่ายป้องกันพลเรือนประจำภูมิภาค กล่าวว่า “ยังมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทีมกู้ภัยจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเข้าไปปฏิบัติงาน นั่นถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้ จนผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริง ๆ ผมคิดถึงลูก ๆ แล้วก็หลานสาวขึ้นมาทันที ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาจะทำยังไง?”
— โจโจ คาลมา วัย 44 ปี เล่า ซึ่งขณะนั้นเขากำลังขับรถผ่านอาคารหลังหนึ่งในตอนที่มันพังถล่มลงมา
ขณะเดียวกัน ทางตะวันออกของเมืองเจเนอรัลซานโตส ในเมืองมาลิตา ในช่วงเวลาที่นักเรียนกว่า 100 คนและครูอีกกว่าสิบคนมากำลังรวมตัวกันเพื่อทำพิธีเชิญธงชาติที่โรงเรียน ก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้น “ความตื่นเต้นในวันแรกของการเรียนกลับกลายเป็นความบอบช้ำทางจิตใจ...นักเรียนส่วนใหญ่นั่งอยู่กับที่ ทำให้ป้องกันการบาดเจ็บได้” โรซาเวล คาชูเอลา ครูใหญ่ของโรงเรียน กล่าว
นอกจากนี้ บ้านเรือนประมาณ 2,000 หลัง และอาคารรัฐบาลอีก 117 แห่ง ก็ได้รับความเสียหายในหลายจังหวัด ขณะที่อาคารโรงเรียนรัฐบาลประมาณ 6,000 แห่ง จำเป็นต้องได้รับการประเมินความปลอดภัยก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอนได้ ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติในเมืองเจนเนอรัลซานโตสยังคงปิดให้บริการ ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศไปแล้ว 63 เที่ยวบิน
บาร์นาบี โล ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Al Jazeera รายงานจากกรุงมะนิลาว่า “ถือเป็นเรื่องปาฏิหาริย์มากที่ยอดผู้เสียชีวิตไม่พุ่งสูงถึงหลักร้อย เมื่อพิจารณาจากขอบเขตความเสียหายที่เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นเป้าหมายหลักในตอนนี้คือ ‘การค้นหาและกู้ภัย’ ซึ่งทีมค้นหากำลังแข่งกับเวลา แน่นอนว่าพวกเขายังคงหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังออกมาได้”
“ตอนนี้ หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการพยายามเข้าถึงพื้นที่ภูเขาที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เพราะถนนและสะพานหลายสิบแห่งได้รับความเสียหาย กรมโยธาธิการกล่าวว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำงานล่วงเวลาเพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางเหล่านั้น และในขณะเดียวกัน วิศวกรของรัฐบาลก็กำลังเริ่มตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารต่าง ๆ แล้ว แต่เป็นภารกิจที่ยากลำบากมาก”
— บาร์นาบี โล กล่าวเสริม
ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวว่า “หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยฉุกเฉินได้เริ่มปูพรมทำงานแล้ว รัฐบาลส่วนกลางกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ และเราจะไม่ทิ้งมินดาเนาไว้ข้างหลัง”
แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในรอบ 8 เดือน หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.9 นอกชายฝั่งเซบูเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 79 ราย
(Photo by JAM STA ROSA / AFP)





