‘กรมคุมประพฤติ’ ยืนยัน ‘ทักษิณ’ ถอดกำไล EM พ้นโทษเรียบร้อยแล้ว

9 มิ.ย. 2569 - 17:03

  • กรมคุมประพฤติถอดกำไล EM ‘ทักษิณ’ แล้ว

  • หลังศาลอาญาธนบุรีตรวจรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษครบขั้นตอน

  • คาดปลายเดือน มิ.ย. เตรียมเดินทางไปดูไบ

‘กรมคุมประพฤติ’ ยืนยัน ‘ทักษิณ’ ถอดกำไล EM พ้นโทษเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากกรมคุมประพฤติ เกี่ยวกับความคืบหน้าขั้นตอนการปลดกำไล EM ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ภายหลังจากที่ศาลอาญาธนบุรีได้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษเรียบร้อยแล้ว จึงได้มีหมายปล่อยตัวพ้นโทษและลดโทษ ส่งแจ้งไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 รวมจำนวนทั้งสิ้น 22 ราย ซึ่งหนึ่งในนี้ คือชื่อของ ทักษิณ

โดยสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 จะต้องดำเนินการปล่อยตัวผู้ถูกคุมความประพฤติตามขั้นตอน หรือแจ้งให้กับผู้ที่ได้รับการลดโทษระหว่างคุมประพฤติรับทราบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ได้รับหมายแจ้งปล่อยตัวดังกล่าว จึงได้เดินทางมาถอดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ให้แก่ ทักษิณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อนึ่ง ตามกรอบระยะเวลาการพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ ภายหลังจากที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัวไป ก็ตรงกับวันที่ 9 มิ.ย. 2569 จึงเป็นเหตุผลว่า ทักษิณ ต้องได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษและถอดกำไล EM ในวันนี้

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวหลังจากนี้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการที่จะเดินทางไปยังประเทศดูไบ ในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. 2569 โดยอดีตนายกฯ จะใช้เวลาอยู่ที่ดูไบระยะเวลาหนึ่งเพื่อทำธุระส่วนตัวก่อนที่จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย และหลังจากนั้นจะมีการเดินทางไป–กลับอีกหลายครั้ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมสำหรับแนวทางปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 สำหรับผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ มีดังนี้

  1. สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติจัดทำบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ ให้เรือนจำ/ทัณฑสถานทราบเพื่อจะได้ไม่ดำเนินการอภัยโทษให้
  2. เรือนเรือนจำ/ทัณฑสถานในเขตพื้นที่คุมประพฤติตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติซึ่งมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ และจัดทำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดเพื่อดำเนินการตามมาตรา 7 ต่อไป
  3. เสนอคณะกรรมการตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 21 วรรคแรก ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ (กรณีเรือนจำกลาง เรือนจำอำเภอ เรือนจำพิเศษ ทัณฑสถาน มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการเรือนจำ) ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่ 1 คน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่ 1 คน รวม 3 คนเป็นกรรมการ พิจารณาตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ตามมาตรา 21 เพื่อออกหมายลดโทษหรือหมายปล่อย
  4. เรือนจำ/ทัณฑสถาน จัดทำบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป หรือลดโทษแล้วคุมประพฤติต่อไป และส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวไปยังสำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติโดยเร็วเพื่อจะได้ยุติการคุมประพฤติ หรือคุมประพฤติต่อไป
  5. สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือกำไล EM ให้แก่ผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวตามมาตรา 7 ที่สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติ
  6. สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติแจ้งให้ผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวตามมาตรา 7 ไปรับใบสุทธิ (รท.25) ที่เรือนจำในเขตพื้นที่คุมประพฤติ

‘ทักษิณ’ มีสถานะ ‘พ้นโทษโดยสมบูรณ์’ ตามกฎหมาย

ขณะที่กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ให้พักการลงโทษกรณีปกติแก่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และปล่อยตัวคุมประพฤติพร้อมติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จากเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยมีกำหนดระยะเวลาคุมประพฤติรวม 4 เดือน 1 วัน และที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างถูกต้องมาโดยตลอดนั้น กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ทักษิณฯ ซึ่งมีสถานะเป็น “ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ” ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษแต่ประการใด จึงเป็นผู้อยู่ในข่ายให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 7 โดยมีลักษณะตามมาตรา 8 (2) (ฉ) คือ เป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับฯ ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย และโปร่งใสตามขั้นตอนทางกฎหมาย อาศัยอำนาจตามมาตรา 21 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 คำสั่งกระทรวงยุติธรรม เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ จึงมีมติให้ทักษิณฯ ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามกฎหมาย และกรมคุมประพฤติได้ดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเรือนจำได้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญการปล่อยตัว (รท.25) หรือใบบริสุทธิ์ให้แก่ทักษิณฯ เป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้น ทักษิณ ชินวัตร จึงมีสถานะเป็นบุคคลพ้นโทษโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และสิ้นสุดการอยู่ภายใต้การควบคุมตามโทษทางอาญาและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติรายอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเข้าตามเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวทุกประการ

taksin-9june2026-SPACEBAR-Photo V01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์