ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคประชาชน กรณีสมาชิกของพรรคและผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.มหาสารคาม ถูกศาลฎีกามีคำพิพากษาฐานข่มขืนกระทำชำเรา ต้องจำคุก 2 ปี 8 เดือนนั้น ถือว่าพรรคประชาชนกระทำการอันเข้าข่ายส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สมัคร สส. ดังกล่าว
กระทำการที่เป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่มีผู้เตือนมานานแล้ว หากเข้าข่ายให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92 (3) ต่อไป
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากศาลจังหวัดมหาสารคามได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ในคดีที่ 7841/2568 ลงวันที่ 15 ก.ย. 2568 ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามเป็นโจทก์ฟ้อง ธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 1 จ.มหาสารคาม ฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในอาการสะลืมสะลือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยา ซึ่งจำเลยให้ผู้เสียหายรับประทานแล้วจนสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
ซึ่งศาลวินิจฉัยแล้วว่ากระทำจริง จึงมีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน และให้ชดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี แก่ผู้เสียหาย
ศรีสุวรรณ กล่าวว่า “กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมไทยถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม ซึ่งพรรคประชาชนและกรรมการบริหารพรรคย่อมรู้มาตั้งแต่ต้น เพราะเคยมีผู้บอกกล่าวหรือทักท้วงมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ควรมีมติส่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.มหาสารคาม แต่พรรคประชาชนกลับเพิกเฉย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาชนจงใจที่จะส่งเสริม สนับสนุนการกระทำของบุคคลดังกล่าว อันถือได้ว่าเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 โดยชัดแจ้ง ซึ่งการฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้ กกต. เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสั่งยุบพรรคดังกล่าว ตามมาตรา 92 (3) ของกฎหมายดังกล่าวต่อไป”
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติรักแผ่นดินจึงนำความพร้อมพยานหลักฐาน สำเนาคำพิพากษามายื่นร้องเรียนชี้เบาะแสให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อสอบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคการเมืองที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ตามครรลองของกฎหมายต่อไป



