เรื่องมันมีอยู่ว่า สัญญาณอันตรายของ‘เอกนิติ’ ‘กระทรวงคลัง’ยุค‘วันแมนโชว์’ , ‘28 ปี’กกต.เปลี่ยน‘3สโลแกน’ ‘ลงคลอง-ออกทะเล’ไปทุกวี่วัน

9 มิ.ย. 2569 - 06:45

  • ภาษีกตัญญูของกระทรวงคลังทำเอารัฐมนตรีคลังถึงกับวูบได้ง่าย ๆ

  • นายกรัฐมนตรีสั่งเบรก ให้กลับไปทบทวน ดับไฟลามทุ่งก่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่

  • กกต.จะครบ 28 ปี และจะเปลี่ยนคำขวัญใหม่เป็นครั้งที่สาม

เรื่องมันมีอยู่ว่า สัญญาณอันตรายของ‘เอกนิติ’ ‘กระทรวงคลัง’ยุค‘วันแมนโชว์’ , ‘28 ปี’กกต.เปลี่ยน‘3สโลแกน’ ‘ลงคลอง-ออกทะเล’ไปทุกวี่วัน

เรื่องมันมีอยู่ว่า  มาตรการค่าลดหย่อนภาษีอุปการะพ่อแม่ขอกระทรวงการคลัง กลายเป็นเรื่องเขย่ารัฐบาลจนได้  สุดท้ายนายกรัฐมนตรีก็สั่งถอยกลับไปทบทวนใหม่ ทำให้รัฐมนตรีคลัง วางตัวไม่ถูกเลยทีเดียว <> กกต. ครบ 28 ปี พร้อมกับแนวคิดเปลี่ยนคำขวัญใหม่เป็นครั้งที่สาม  แค่เตือนว่าคำขวัญสวยหรู ดูดี แค่ไหน แต่ทำไม่ได้ ก็แค่วลีที่เลื่อนลอย  <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

สัญญาณอันตรายของ‘เอกนิติ’

‘กระทรวงคลัง’ยุค‘วันแมนโชว์’

เป็นไปตาม ‘ข้อสั่งการ’ ของ ‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย  ที่ให้ ‘ยกเลิก’มาตรการค่าลดหย่อนภาษีอุปการะพ่อแม่ มาใช้กลั่นกรองการรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ‘บัตรคนจน’ จนเกิดวิจารณ์ชนิด ‘จมหู’ อยู่กว่า 1สัปดาห์

ก่อนร่วมคณะเดินทางไปเยือนเวียดนามระหว่าง 8-9 มิถุนายน  ‘รองเอก’ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง จึงได้แถลง ‘แจกแจง’ เหตุผล สรุปได้ว่า

รัฐบาลสั่งถอยมาตรการค่าลดหย่อนภาษีอุปการะพ่อแม่  ที่นำมาใช้กลั่นกรองการรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำเอากระทรวงคลังเก็บเรื่องแทบไม่ทัน
รัฐบาลสั่งถอยมาตรการค่าลดหย่อนภาษีอุปการะพ่อแม่ ที่นำมาใช้กลั่นกรองการรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำเอากระทรวงคลังเก็บเรื่องแทบไม่ทัน

1.หลังนายกฯ และกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นทางสังคม เกิดความเป็นห่วงในประเด็นนี้

2.รัฐบาลต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อน และที่ผ่านมา4-5ปีไม่ได้เปิดสิทธิทบทวน

3.ให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไป‘ทบทวน’โดยจะดำเนินการ ‘ด่วนที่สุด’

4.เกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ได้ใช้ปีนี้ แต่ในปีหน้าคงต้องมาทบทวนกันใหม่

5.ตลอด 10 ปี ถูกร้องเรียนจำนวนมาก ว่าคนที่ใช้สิทธิเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้จึงต้องการเอา ‘คนกลุ่มนี้’ ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

6.ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะต้องการให้เสร็จภายในเดือน กรกฎาคม  2569 เพราะวันที่ 1 สิงหาคม  2569 เราจะให้‘คนที่หลุดจากบัตรคนจน’สามารถใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วยซึ่งจะได้‘ใช้สิทธิ’ 2 เดือนสุดท้าย

7.วันนี้เป็นเพียงการสำรวจสิทธิ ยังไม่ได้ตัดสิทธิใครเลย 

‘ข้อดี’ ของรัฐบาล ‘นายกฯหนู’ อย่างหนึ่งคือ พร้อมจะ ‘ชักฟืน’ ได้ทุกเมื่อหากนโยบายนั้นๆ ‘ถูกต้าน’ อย่างหนักด้วยเหตุผลที่ควรรับฟัง แต่ขณะเดียวกันก็ถูกตำหนิถึง ‘ข้อเสีย’ เช่นกันว่า ขาดซึ่ง ‘ความรอบครอบ-ชัดเจน’ ก่อนที่จะเดินหน้านโยบายเหล่านั้น

แต่ใช่ว่า ‘การทบทวน’ จะทำให้สถานการณ์ ‘สงบลง’ ตรงข้ามยังถูก ‘ครม.เงา’ โดย ‘เสียงของเหตุผล’ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอให้ทบทวน ‘มติครม.’ ที่ออกหลักเกณฑ์การกลั่นกรองผู้ถือบัตรคนจนรอบนี้ไปเลย เพราะหลายหลักเกณฑ์นั้นมีปัญหา เช่น การมีรถยนต์หรือเรื่องหนี้ 100,000 บาท

‘รอบนี้แทนที่จะได้คัดออกคนที่ไม่เดือดร้อนจริง แต่อาจมีคนเดือดร้อนจริงต้องตกหล่นอีกเช่นเดียวกัน’  ศิริกัญญา ระบุ

เรื่องนี้ ‘ไม่ใช่’ แค่เรื่องบัตรคนจน แต่หลายคน ‘มองไกล’ ไปที่บทบาทหน้าที่ของ ‘รองเอก’ ที่นับวันเริ่มเจอ‘ทางวิบาก’มากขึ้นทุกที ยิ่งการที่ ‘คลัง’ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาล มีผู้รับผิดชอบ ‘คนเดียว’ ยิ่ง ‘น่าเป็นห่วง’ และหากดู ‘ย้อนหลัง’ ก็แทบไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า ยุคสมัยใด‘คลัง’จะมีแค่ ‘ว่าการ’ โด่ ๆ และ‘ไร้เงา’ของช่วยว่าการ

มหาดไทยมี ‘3 รมช.’ คมนาคมก็มี ‘3 รมช.’ คำถามคือ ‘สำคัญกว่า’ คลังอย่างนั้นเหรอ ยิ่งเศรษฐกิจชาติที่ ‘ซึมลึก ซึมหนัก’ กว่าครั้งไหนๆกลายเป็นการบ้าน ‘ข้อใหญ่’ ให้รัฐบาลต้องแก้ไข ถือเป็น ‘เดิมพัน’ ทางการเมืองของ ‘นายกฯหนู’ เลยก็ว่าได้

เชื่อว่า ‘นายกฯหนู’ รู้แล้วแหละ เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง ‘หนู2/1’ น่าจะมาเร็วกว่า ‘6 เดือน’ ตามที่กำหนดไว้แน่นอน

<<<<<>>>>> 

‘28 ปี’กกต.เปลี่ยน‘3สโลแกน’

‘ลงคลอง-ออกทะเล’ไปทุกวี่วัน

อย่างที่ทราบกันโดยถ้วนทั่วว่า วันที่ 9 มิถุนายนของทุกปีนั้นเป็นวันสถาปนาคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ที่ก่อเกิดตามรธน.ฉบับ‘ธงเขียว’ ฉบับที่ใครต่อใครยังฝันกันจนถึงทุกวันนี้ว่า ‘ดีที่สุด’ ฉบับหนึ่งนับตั้งแต่มีรธน.หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475

แต่ปีนี้มี ‘ความแปลก’ เกิดขึ้นกับ กกต.ชนิดที่มีคำถามตามมาว่า "อะไรมันจะใจจดใจจ่อ"อยู่กับ ‘สโลแกน’ หรือ ‘คำขวัญ’  ประจำ กกต.กันขนาดนี้

นอกจากพิธีที่ทำกันทุกปี โดยปีนี้มีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต.เป็นประธานในพิธีแล้ว นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ที่วันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ‘สอบผ่าน-ไม่ผ่าน’ จะมาแถลงสรุป‘ผลงาน’ของ กกต.ภายใต้แนวคิด ‘สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม’

เชื่อหรือไม่ว่า ‘สโลแกน’ ที่กกต.จะใช้ในโอกาส 28 ปีนี้นั้น ‘ถูกเปลี่ยน’ มาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

ครั้งแรก สมัยกกต.ที่ถูกเรียกว่า ‘ดรีมทีม’ ที่มี ‘3 กกต.’ ที่วันนี้สังคมยังจดจำอย่าง ยุวรัตน์ กมลเวชช ‘พ่อ’ ของ ทวิดา กมลเวชช  รองผู้ว่าฯกทม.ทีมงานชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ สวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีการวมไปถึง โคทม อารียา

กกต.ยุคแรกนั้นมี ‘สโลแกน’ ว่า ‘สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม’ แต่ต่อมา ‘ยุคหลัง’ มาเปลี่ยนเป็น  ‘สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย’  แต่พอมา ‘ยุคปัจจุบัน’ กำลังเปลี่ยนเป็น ‘สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม’ โดยตัดคำว่า ‘ชอบด้วยกฎหมาย’ ออกไป

ปัญหาที่กำลัง ‘กัดกร่อน’ กกต.ซึ่งเป็น1ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มี ‘หน้าที่หลัก’ คือการทำให้ ‘การเลือกตั้ง’ บริสุทธิ์-ยุติธรรม ตามครรลองประชาธิปไตย ในขณะนี้คือ ‘ข้อกังขา’ ในการทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ‘หาใช่’ การให้สังคม ‘จดจำ’ สิ่งที่เรียกว่า ‘สโลแกน’ ประจำองค์กรไม่

ล่าสุดได้ยิน ‘พี่แหวง’  ผู้นิยมชมชอบการแว้นเป็นชีวิตจิตใจ ระบุว่า กรณี ‘ข้อกล่าวหาฮั้วสว.’นั้นขณะนี้อยู่ในชั้นของ กกต.แล้ว ส่วนจะมีการพิจารณาแบบทยอยทีละบุคคล หรือทั้งหมดนั้น ‘พี่แหวง’ ผู้รู้เท่าที่ควรรู้บอกว่า

‘การพิจารณาอยู่ที่ กกต.ทั้ง 7 คน ซึ่งคงจะเป็นการพิจารณาที่รอบคอบและสมบูรณ์ ผมไม่สามารถทราบได้’

ยังไม่มี ‘ใครรู้’ ว่า ผลของกกต.ทั้ง 7 คนที่มีต่อ ‘ข้อกล่าวหาฮั้วสว.’ทั้งหมด 229 คนจะออก ‘หัว-ก้อย’ อย่างไร แต่ผลของกกต.ที่จะออกมานั้นจะเป็น ‘ตัวชี้วัด’  ที่สำคัญ และน่าจะทำให้สังคมได้ จดจำยิ่งกว่าสโลแกนที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

จนวันนี้บอกตรงๆว่า สุด ๆ แล้วที่จะจดจำ ‘รู้ใช่มั้ย’ว่าทุกวันนี้เขาให้ ‘คำเต็ม’ ของใหม่แล้วว่า ‘กกต.’นั้นย่อมาจาก ‘กูกลัวตุย’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์