ถกเดือด! ปม ‘ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่’

20 ก.พ. 2569 - 17:24

  • ‘กมธ.วุฒิสภา’ ถกเดือด! ปม “ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่” หลังถูกตั้งคำถามที่มา–ความโปร่งใส

  • ‘ษัษฐรัมย์’ ชี้กติกาใหม่ลดอำนาจผู้ประกันตน เปรียบเหมือน “หมุนเข็มนาฬิกากลับสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์”

ถกเดือด! ปม ‘ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่’

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมที่รัฐสภา ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มี นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ. ซึ่งมีวาระ “พิจารณาศึกษารูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม” อันเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลการบริหารกองทุนประกันสังคม

โดยมีการเชิญ ปลัดกระทรวงแรงงาน, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, อาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เข้าชี้แจง

ระหว่างการประชุม ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ และ เพชรรัตน์ เอกแสงกุล กรรมการประกันสังคมสัดส่วนนายจ้าง แจ้งต่อฝ่ายเลขานุการว่าติดธุระด่วน ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

senate-committee-meeting-debates-social-security-board-election-rules-SPACEBAR-Photo01.jpg

ด้าน ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้เราอยู่ในสภาวะบอร์ดรักษาการ ตลอดระยะเวลา 24 เดือนที่เราเข้ามา หัวใจสำคัญไม่ได้หมายความว่าพวกเราเป็นคนเก่งหรือมีความสามารถ แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา เป็นการเปลี่ยนหมุดหมายใหม่จากระบบที่ปิดมากว่า 30 ปี สู่การเป็นระบบเปิด ทำให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายต่างๆ นำผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นตัวตั้ง เห็นถึงความก้าวหน้าของสิทธิประโยชน์และการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร

ระเบียบเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมใหม่สร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มบุคคล เพราะถูกผลักดันภายใต้เงื่อนไขที่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าภาพ ไม่เคยผ่านการพิจารณาของบอร์ด ทุกครั้งที่นำเสนอเป็นการนำเสนอเพื่อรับทราบ แม้ขณะคณะกรรมการประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 6 คน จะไม่ขอรับทราบ แต่ยังมีความพยายามดึงดันผลักดัน เมื่อสื่อมวลชนไปถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ไม่ได้รับคำตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นดำริของท่านหรือไม่ สุดท้ายระเบียบนี้จึงมีความสับสนว่าถูกผลักดันผ่านใคร

ษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า ระเบียบเลือกตั้งถูกนำเสนอในคณะกรรมการประกันสังคม ข้ออ้างของคณะอนุกรรมการด้านระเบียบเลือกตั้งพยายามจะบอกว่า เราในฐานะประกันสังคมมีหน้าที่เพียงแค่รับทราบเท่านั้น ไม่สามารถให้ความเห็นต่างๆ ได้ สะท้อนว่าระเบียบเลือกตั้งนี้มีปัญหาตั้งแต่กระบวนการได้มาซึ่งระเบียบ พบว่าความบังเอิญพ้องกันจากข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ของวุฒิสภา ซึ่งมี 4 โมเดลล้อกับระเบียบเลือกตั้งที่สำนักงานประกันสังคมพยายามผลักดัน อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นระบบปิดมาโดยตลอด ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเป็นบอร์ดฝั่งผู้ประกันตน บอร์ดฝั่งนายจ้าง ไม่สามารถให้ความเห็นได้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นกระบวนการที่ใช้คำอธิบายว่าเป็นการบายพาสซ่อนเร้นข้อมูล

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคณะกรรมการประกันสังคมจากทีมประกันสังคมก้าวหน้าเคยแสดงความเห็นว่า กระบวนการเข้าสู่ประชาพิจารณ์จำเป็นต้องตอบข้อสงสัยของบอร์ดได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ย้อนกลับไปกรณีการเสนอบำนาญสูตรใหม่หรือสูตร Care กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาทำประชาพิจารณ์ต้องผ่านหลายกระบวนการ ซึ่งต่างจากระเบียบเลือกตั้งครั้งนี้ หากพิจารณาตามมาตรฐานการทำประชาพิจารณ์เรื่องอื่นๆ พบว่าไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

senate-committee-meeting-debates-social-security-board-election-rules-SPACEBAR-Photo02.jpg

ษัษฐรัมย์ เผยอีกว่า หากย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนเสียง 70,000 คะแนน จากผู้ที่มาใช้สิทธิ์ 150,000 คน โดยไม่ได้มีการแบ่งมาตราของผู้ประกันตน โดยที่ผู้ประกันตน 1 คน สามารถเลือกบอร์ดได้สูงสุด 7 คน โดยไม่ได้มีข้อบังคับ คนที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจึงเป็นภาพสะท้อนตัวแทนความต้องการของกลุ่มคนส่วนใหญ่ในประเทศ

ระเบียบเลือกตั้งมีเงื่อนไขสำคัญคือความพยายามจำกัดให้ผู้ประกันตน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สามารถเลือกตั้งได้เพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งเป็นการ “ลดทอนอำนาจให้ผู้ประกันตนที่เคยมีสิทธิ์ 100% เหลือสิทธิ์เพียงแค่ 14% ในการเข้ามามีส่วนร่วม” เป็นการ “หมุนเข็มนาฬิกาให้ประกันสังคมเข้าไปสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์” แบบที่เคยเป็นมาแล้ว และยังคงเป็นอยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าความพยายามในการ “สลายทีมประกันสังคมก้าวหน้า”

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน

ในช่วงหนึ่ง ษัษฐรัมย์ ยังกล่าวถึงการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ สว.ชุดหนึ่ง ว่ามีการบันทึกคำพูดของประธานคณะอนุกรรมการฯ ที่ว่า แม้แต่การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็อาจจะเข้าข่ายความไม่เป็นกลางทางการเมือง โดยกรณีที่มี สส.ช่วยผลักดันประเด็นประกันสังคม อาจจะถือว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นความพยายามตัดขาดอำนาจนิติบัญญัติ

พร้อมเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้คือความพยายามผลักดันระบบเลือกตั้งใหม่ เป็นห้วงเวลาของปลายสมัยคณะกรรมการประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง ระเบียบเลือกตั้งใหม่นี้ไม่ได้มีแต่เจตนาที่จะทำให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ แต่เป็นการวางกลไกระเบียบเลือกตั้งที่จะจำกัดอำนาจของผู้ประกันตน จำกัดอำนาจของการมีส่วนร่วมของประชาชน และที่สำคัญจะนำไปสู่การจำกัดอำนาจในการตรวจสอบและผลักดันกองทุนประกันสังคม

จึงเสนอให้มีการใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมที่มีการใช้แค่ 2 ปี หรือเพียง 1 ครั้ง เดินหน้าเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนมากที่สุด

คืนอำนาจให้กับผู้ประกันตนเพื่อป้องกันเงื่อนไขที่มีความพยายามใช้ระเบียบเลือกตั้งใหม่ ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านไม่ต่างอะไรกับความพยายามทำลายหรือรัฐประหารลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนมากกว่าแสนคนในระบบประกันสังคม

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน

ด้าน ชินโชติ แสงสังข์สว. ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ผมสงสัยเหมือนกับผู้ร้องว่ากติกาใหม่เอามาจากไหน ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทำไมประกันสังคมจึงเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง และที่เลือกกันไปเมื่อปี 2566 มีปัญหาอย่างไร

senate-committee-meeting-debates-social-security-board-election-rules-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่ มาลากัญ ห่อประทุมผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนการได้มาซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน มีที่มาจากมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ โดยให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมาจากการเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

มาลากัญ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ผลการเลือกตั้งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน ลักษณะการเลือกตั้งคือเป็นทั้งโดยตรงและโดยลับ จากนั้นสำนักงานประกันสังคมมีการถอดบทเรียนว่าจะทำอย่างไรให้นายจ้างและผู้ประกันตนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนและเข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน ทำอย่างไรให้ได้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนเข้ามาเป็นกรรมการประกันสังคม เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ มีประสบการณ์ด้านงานประกันสังคม มีอิสระ เสรี เป็นธรรม และถือปฏิบัติตามหลักที่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อต้นปี 2568 จึงมีการเสนอคณะกรรมการประกันสังคมในชุดที่เพิ่งครบวาระไป ซึ่งเห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างระเบียบเลือกตั้ง มีการรับฟังความคิดเห็นในระบบกลางของกฎหมาย จากนั้นจึงพิจารณาว่าควรปรับปรุงประเด็นใดบ้าง ทั้งกรณีจำนวนผู้ประกันตน มาตรา 33 จำนวน 7 คน นายจ้าง 7 คน มีการตั้งคำถามว่าผู้ประกันตนของประกันสังคมมีมาตรา 33 39 และ 40 จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาในระบบประกันสังคม ประกอบกับการรับฟังความคิดเห็น มีข้อเรียกร้องมาว่าอยากให้ผู้แทนของแต่ละมาตรามีโอกาสเข้ามานั่งในกองทุนประกันสังคม จึงคิดว่าควรกำหนดสัดส่วน 5:1:1 แบ่งเป็นมาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน

มาลากัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม

มาลากัญ กล่าวด้วยว่าการลงคะแนน 1 คน 7 เบอร์ อาจจะสับสน เนื่องจากมีเสียงสะท้อนว่าเข้าไปแล้วจำไม่ค่อยได้ มีความยุ่งยากในการนับคะแนน ดังนั้นจึงคิดถึงการเลือกตั้งการเลือก สส. และ สว. ที่ 1 คน 1 สิทธิ์ 1 เสียง

ขณะที่ ชินโชติ กล่าวว่า ฟังแล้วไม่มีประโยคใดที่สรุปว่าการเลือกตั้งใหม่มาจากคณะกรรมาธิการแรงงาน วุฒิสภา หรืออนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม หรือมาจากชินโชติแม้แต่คำเดียว สูตรดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับวุฒิสภา สูตรของประกันสังคมมีคนนำเรื่องนี้มาเสนอในคณะอนุกรรมาธิการที่ผมนั่งอยู่ โดยระบุถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ว่าน้อยเกินไป

พร้อมเผยต่อไปว่า การพูดในสภาฯ ข้อดีคือโกหกไม่ได้ กะล่อนไม่ได้ สูตรของคณะอนุกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานพิจารณากันในเวลาเดือนเศษ คิดมาได้ 4 สูตร เป็นเพียงดราฟต์หยาบ ๆ ไม่มีรายละเอียดอะไร ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมาธิการแรงงาน จากนั้น 4 สูตรก็ไปอยู่ในมือนักข่าว ทั้งหมดเป็นเพียงรายงานในคณะกรรมาธิการ ก่อนจะตีกลับมาเพื่อเสนอต่อสภาฯ ไปยัง ครม. จะเอาหรือไม่เอาก็เรื่องของเขา โดยกำชับว่าต้องทำให้ทันเดือนกรกฎาคม 2569 และกำชับให้ชินโชติสกัด 4 สูตรให้เหลือ 1 สูตร

สิ่งที่ผมเจ็บปวดทุเรศที่สุดคือ ใน 4 สูตรที่ไปรับฟังความคิดเห็นเหนือ ใต้ ออก ตก ก่อนจะเสนอสภาฯ ใหญ่ แต่สูตรของอนุกรรมาธิการของผมยังไม่ได้ไปไหนเลย ยังฟังความเห็นและวนอยู่ในสภาฯ แต่สังคมและพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งบอร์ดที่มาชี้แจง พยายามยัดเยียดตลอดว่าสูตรที่ประกันสังคมกำลังทำมาจากไหน มาจากอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคมและวุฒิสภา ทุเรศมาก ไม่ได้เกี่ยวกันเลย ผมมีอิทธิพลขนาดนั้นหรือที่จะยัดเยียดเปลี่ยนแปลงประกันสังคมได้ ขอให้บันทึกไว้ว่าการเปลี่ยนสูตรประกันสังคมไม่ได้เกี่ยวกับผม วุฒิสภา และกรรมาธิการแรงงานวุฒิสภา

ชินโชติ แสงสังข์ สว. ในฐานะกรรมาธิการฯ

ด้าน ษัษฐรัมย์ ระบุว่า สิ่งที่ชินโชติอ้างถึง เอกสารคือเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ตั้งคำถามเพียงแค่ให้ สว.ยืนยัน ทั้งนี้ ตนเองเป็นบอร์ด ไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ หากจะทำให้สังคมสิ้นข้อเคลือบแคลงใจ ต้องมีการเปิดเผยรายงานการประชุมในวันดังกล่าว เพราะมีบันทึกในระดับชวเลข

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์