ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมที่รัฐสภา ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มี นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ. ซึ่งมีวาระ “พิจารณาศึกษารูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม” อันเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลการบริหารกองทุนประกันสังคม
โดยมีการเชิญ ปลัดกระทรวงแรงงาน, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, อาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เข้าชี้แจง
ระหว่างการประชุม ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ และ เพชรรัตน์ เอกแสงกุล กรรมการประกันสังคมสัดส่วนนายจ้าง แจ้งต่อฝ่ายเลขานุการว่าติดธุระด่วน ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ด้าน ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้เราอยู่ในสภาวะบอร์ดรักษาการ ตลอดระยะเวลา 24 เดือนที่เราเข้ามา หัวใจสำคัญไม่ได้หมายความว่าพวกเราเป็นคนเก่งหรือมีความสามารถ แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา เป็นการเปลี่ยนหมุดหมายใหม่จากระบบที่ปิดมากว่า 30 ปี สู่การเป็นระบบเปิด ทำให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายต่างๆ นำผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นตัวตั้ง เห็นถึงความก้าวหน้าของสิทธิประโยชน์และการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร
ระเบียบเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมใหม่สร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มบุคคล เพราะถูกผลักดันภายใต้เงื่อนไขที่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าภาพ ไม่เคยผ่านการพิจารณาของบอร์ด ทุกครั้งที่นำเสนอเป็นการนำเสนอเพื่อรับทราบ แม้ขณะคณะกรรมการประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 6 คน จะไม่ขอรับทราบ แต่ยังมีความพยายามดึงดันผลักดัน เมื่อสื่อมวลชนไปถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ไม่ได้รับคำตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นดำริของท่านหรือไม่ สุดท้ายระเบียบนี้จึงมีความสับสนว่าถูกผลักดันผ่านใคร
ษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า ระเบียบเลือกตั้งถูกนำเสนอในคณะกรรมการประกันสังคม ข้ออ้างของคณะอนุกรรมการด้านระเบียบเลือกตั้งพยายามจะบอกว่า เราในฐานะประกันสังคมมีหน้าที่เพียงแค่รับทราบเท่านั้น ไม่สามารถให้ความเห็นต่างๆ ได้ สะท้อนว่าระเบียบเลือกตั้งนี้มีปัญหาตั้งแต่กระบวนการได้มาซึ่งระเบียบ พบว่าความบังเอิญพ้องกันจากข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ของวุฒิสภา ซึ่งมี 4 โมเดลล้อกับระเบียบเลือกตั้งที่สำนักงานประกันสังคมพยายามผลักดัน อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นระบบปิดมาโดยตลอด ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเป็นบอร์ดฝั่งผู้ประกันตน บอร์ดฝั่งนายจ้าง ไม่สามารถให้ความเห็นได้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นกระบวนการที่ใช้คำอธิบายว่าเป็นการบายพาสซ่อนเร้นข้อมูล
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคณะกรรมการประกันสังคมจากทีมประกันสังคมก้าวหน้าเคยแสดงความเห็นว่า กระบวนการเข้าสู่ประชาพิจารณ์จำเป็นต้องตอบข้อสงสัยของบอร์ดได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ย้อนกลับไปกรณีการเสนอบำนาญสูตรใหม่หรือสูตร Care กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาทำประชาพิจารณ์ต้องผ่านหลายกระบวนการ ซึ่งต่างจากระเบียบเลือกตั้งครั้งนี้ หากพิจารณาตามมาตรฐานการทำประชาพิจารณ์เรื่องอื่นๆ พบว่าไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

ษัษฐรัมย์ เผยอีกว่า หากย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนเสียง 70,000 คะแนน จากผู้ที่มาใช้สิทธิ์ 150,000 คน โดยไม่ได้มีการแบ่งมาตราของผู้ประกันตน โดยที่ผู้ประกันตน 1 คน สามารถเลือกบอร์ดได้สูงสุด 7 คน โดยไม่ได้มีข้อบังคับ คนที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจึงเป็นภาพสะท้อนตัวแทนความต้องการของกลุ่มคนส่วนใหญ่ในประเทศ
ระเบียบเลือกตั้งมีเงื่อนไขสำคัญคือความพยายามจำกัดให้ผู้ประกันตน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สามารถเลือกตั้งได้เพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งเป็นการ “ลดทอนอำนาจให้ผู้ประกันตนที่เคยมีสิทธิ์ 100% เหลือสิทธิ์เพียงแค่ 14% ในการเข้ามามีส่วนร่วม” เป็นการ “หมุนเข็มนาฬิกาให้ประกันสังคมเข้าไปสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์” แบบที่เคยเป็นมาแล้ว และยังคงเป็นอยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าความพยายามในการ “สลายทีมประกันสังคมก้าวหน้า”
— ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน
ในช่วงหนึ่ง ษัษฐรัมย์ ยังกล่าวถึงการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ สว.ชุดหนึ่ง ว่ามีการบันทึกคำพูดของประธานคณะอนุกรรมการฯ ที่ว่า แม้แต่การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็อาจจะเข้าข่ายความไม่เป็นกลางทางการเมือง โดยกรณีที่มี สส.ช่วยผลักดันประเด็นประกันสังคม อาจจะถือว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นความพยายามตัดขาดอำนาจนิติบัญญัติ
พร้อมเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้คือความพยายามผลักดันระบบเลือกตั้งใหม่ เป็นห้วงเวลาของปลายสมัยคณะกรรมการประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง ระเบียบเลือกตั้งใหม่นี้ไม่ได้มีแต่เจตนาที่จะทำให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ แต่เป็นการวางกลไกระเบียบเลือกตั้งที่จะจำกัดอำนาจของผู้ประกันตน จำกัดอำนาจของการมีส่วนร่วมของประชาชน และที่สำคัญจะนำไปสู่การจำกัดอำนาจในการตรวจสอบและผลักดันกองทุนประกันสังคม
จึงเสนอให้มีการใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมที่มีการใช้แค่ 2 ปี หรือเพียง 1 ครั้ง เดินหน้าเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนมากที่สุด
คืนอำนาจให้กับผู้ประกันตนเพื่อป้องกันเงื่อนไขที่มีความพยายามใช้ระเบียบเลือกตั้งใหม่ ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านไม่ต่างอะไรกับความพยายามทำลายหรือรัฐประหารลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนมากกว่าแสนคนในระบบประกันสังคม
— ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน
ด้าน ชินโชติ แสงสังข์สว. ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ผมสงสัยเหมือนกับผู้ร้องว่ากติกาใหม่เอามาจากไหน ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทำไมประกันสังคมจึงเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง และที่เลือกกันไปเมื่อปี 2566 มีปัญหาอย่างไร

ขณะที่ มาลากัญ ห่อประทุมผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนการได้มาซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน มีที่มาจากมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ โดยให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมาจากการเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาลากัญ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ผลการเลือกตั้งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน ลักษณะการเลือกตั้งคือเป็นทั้งโดยตรงและโดยลับ จากนั้นสำนักงานประกันสังคมมีการถอดบทเรียนว่าจะทำอย่างไรให้นายจ้างและผู้ประกันตนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนและเข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน ทำอย่างไรให้ได้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนเข้ามาเป็นกรรมการประกันสังคม เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ มีประสบการณ์ด้านงานประกันสังคม มีอิสระ เสรี เป็นธรรม และถือปฏิบัติตามหลักที่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อต้นปี 2568 จึงมีการเสนอคณะกรรมการประกันสังคมในชุดที่เพิ่งครบวาระไป ซึ่งเห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างระเบียบเลือกตั้ง มีการรับฟังความคิดเห็นในระบบกลางของกฎหมาย จากนั้นจึงพิจารณาว่าควรปรับปรุงประเด็นใดบ้าง ทั้งกรณีจำนวนผู้ประกันตน มาตรา 33 จำนวน 7 คน นายจ้าง 7 คน มีการตั้งคำถามว่าผู้ประกันตนของประกันสังคมมีมาตรา 33 39 และ 40 จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาในระบบประกันสังคม ประกอบกับการรับฟังความคิดเห็น มีข้อเรียกร้องมาว่าอยากให้ผู้แทนของแต่ละมาตรามีโอกาสเข้ามานั่งในกองทุนประกันสังคม จึงคิดว่าควรกำหนดสัดส่วน 5:1:1 แบ่งเป็นมาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน
— มาลากัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม
มาลากัญ กล่าวด้วยว่าการลงคะแนน 1 คน 7 เบอร์ อาจจะสับสน เนื่องจากมีเสียงสะท้อนว่าเข้าไปแล้วจำไม่ค่อยได้ มีความยุ่งยากในการนับคะแนน ดังนั้นจึงคิดถึงการเลือกตั้งการเลือก สส. และ สว. ที่ 1 คน 1 สิทธิ์ 1 เสียง
ขณะที่ ชินโชติ กล่าวว่า ฟังแล้วไม่มีประโยคใดที่สรุปว่าการเลือกตั้งใหม่มาจากคณะกรรมาธิการแรงงาน วุฒิสภา หรืออนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม หรือมาจากชินโชติแม้แต่คำเดียว สูตรดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับวุฒิสภา สูตรของประกันสังคมมีคนนำเรื่องนี้มาเสนอในคณะอนุกรรมาธิการที่ผมนั่งอยู่ โดยระบุถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ว่าน้อยเกินไป
พร้อมเผยต่อไปว่า การพูดในสภาฯ ข้อดีคือโกหกไม่ได้ กะล่อนไม่ได้ สูตรของคณะอนุกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานพิจารณากันในเวลาเดือนเศษ คิดมาได้ 4 สูตร เป็นเพียงดราฟต์หยาบ ๆ ไม่มีรายละเอียดอะไร ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมาธิการแรงงาน จากนั้น 4 สูตรก็ไปอยู่ในมือนักข่าว ทั้งหมดเป็นเพียงรายงานในคณะกรรมาธิการ ก่อนจะตีกลับมาเพื่อเสนอต่อสภาฯ ไปยัง ครม. จะเอาหรือไม่เอาก็เรื่องของเขา โดยกำชับว่าต้องทำให้ทันเดือนกรกฎาคม 2569 และกำชับให้ชินโชติสกัด 4 สูตรให้เหลือ 1 สูตร
สิ่งที่ผมเจ็บปวดทุเรศที่สุดคือ ใน 4 สูตรที่ไปรับฟังความคิดเห็นเหนือ ใต้ ออก ตก ก่อนจะเสนอสภาฯ ใหญ่ แต่สูตรของอนุกรรมาธิการของผมยังไม่ได้ไปไหนเลย ยังฟังความเห็นและวนอยู่ในสภาฯ แต่สังคมและพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งบอร์ดที่มาชี้แจง พยายามยัดเยียดตลอดว่าสูตรที่ประกันสังคมกำลังทำมาจากไหน มาจากอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคมและวุฒิสภา ทุเรศมาก ไม่ได้เกี่ยวกันเลย ผมมีอิทธิพลขนาดนั้นหรือที่จะยัดเยียดเปลี่ยนแปลงประกันสังคมได้ ขอให้บันทึกไว้ว่าการเปลี่ยนสูตรประกันสังคมไม่ได้เกี่ยวกับผม วุฒิสภา และกรรมาธิการแรงงานวุฒิสภา
— ชินโชติ แสงสังข์ สว. ในฐานะกรรมาธิการฯ
ด้าน ษัษฐรัมย์ ระบุว่า สิ่งที่ชินโชติอ้างถึง เอกสารคือเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ตั้งคำถามเพียงแค่ให้ สว.ยืนยัน ทั้งนี้ ตนเองเป็นบอร์ด ไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ หากจะทำให้สังคมสิ้นข้อเคลือบแคลงใจ ต้องมีการเปิดเผยรายงานการประชุมในวันดังกล่าว เพราะมีบันทึกในระดับชวเลข



