สรุปประเด็นดราม่าต่อผม 60,000 บาท ซ้อก้าด VS KIKI Beauty Space เบื้องหลังเรื่องราวที่คนทั้งโซเชียลจับตา

9 มิ.ย. 2569 - 15:00

  • ดราม่าต่อผม 60,000 บาทสะท้อนความเหลื่อมล้ำในตลาดบิวตี้และการขาดแนวทางชัดเจนในการทำงานระหว่างอินฟลูเอนเซอร์กับธุรกิจลักชัวรี

  • KIKI Beauty Space ยืนยันราคาเป็นมาตรฐานสำหรับซาลอนระดับพรีเมียม พร้อมแสดงหลักฐานการยินยอมของลูกค้า

  • กรณีนี้เปิดประเด็นสำคัญเรื่องสิทธิผู้บริโภคและความจำเป็นในการเพิ่มความโปร่งใสด้านราคาในธุรกิจบริการความงาม

สรุปประเด็นดราม่าต่อผม 60,000 บาท ซ้อก้าด VS KIKI Beauty Space เบื้องหลังเรื่องราวที่คนทั้งโซเชียลจับตา

กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เมื่อ ‘ซ้อก้าด’ อินฟลูเอนเซอร์และเจ้าของแบรนด์ Love Potion ออกมาเล่าประสบการณ์การเข้ารับบริการต่อผมที่ KIKI Beauty Space ซาลอนระดับลักชัวรีชื่อดัง โดยสิ่งที่สร้างความตกใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมากคือยอดค่าใช้จ่ายรวมเกือบ 70,000 บาทซึ่งเฉพาะค่าต่อผมมีมูลค่าสูงถึง 60,000 บาท จนเกิดการตั้งคำถามอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมของราคาและมาตรฐานของบริการที่ได้รับ 

เรื่องราวยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อซ้อก้าดเผยว่าระหว่างเข้ารับบริการมีข้อตกลงไม่ให้สอบถามราคาหรือค่าใช้จ่ายระหว่างทำผมเพื่อให้การถ่ายทำคอนเทนต์มีความเซอร์ไพรส์และได้ปฏิกิริยาจริงในตอนสรุปยอดค่าใช้จ่ายท้ายคลิป อย่างไรก็ตาม เมื่อยอดรวมออกมาสูงกว่าที่คาดไว้มากความเซอร์ไพรส์ดังกล่าวกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าที่ถูกพูดถึงไปทั่วโซเชียลมีเดีย 

ในช่วงแรกกระแสส่วนใหญ่เทไปทางการวิพากษ์วิจารณ์ร้าน โดยหลายคนมองว่าการไม่แจ้งราคาที่ชัดเจนระหว่างให้บริการอาจกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ขณะที่อีกส่วนตั้งคำถามว่าราคาค่าต่อผมระดับ 60,000 บาทนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่แม้จะเป็นร้านที่วางตำแหน่งตัวเองอยู่ในตลาดลักชัวรีก็ตาม 

อย่างไรก็ตามหลังจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขยายตัว KIKI Beauty Space ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงในหลายประเด็น พร้อมแสดงเอกสารและหลักฐานการสื่อสารกับลูกค้า โดยยืนยันว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาปกติของบริการต่อผมระดับพรีเมียมที่ใช้วัสดุคุณภาพสูง เทคนิคเฉพาะทาง และช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงระบุว่าเงื่อนไขไม่เปิดเผยราคาระหว่างให้บริการนั้นเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นร่วมกันกับทีมงานคอนเทนต์ไม่ใช่นโยบายปกติของทางร้าน 

อีกหนึ่งประเด็นที่กลายเป็นจุดสนใจไม่แพ้เรื่องราคาคือกรณีที่ซ้อก้าดตัดสินใจเข้ารับบริการกับร้านอื่นในภายหลังเพื่อแก้ไขทรงผมที่ต่อมา โดยระบุว่าไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้รับจากร้านแรก ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการแก้ไขถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนมองว่าทรงผมหลังแก้ไขดูสวยและเป็นธรรมชาติมากขึ้นจนนำไปสู่การวิจารณ์คุณภาพงานของร้านเดิมก่อนหน้า 

ด้าน KIKI Beauty Space ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นนี้เช่นกัน โดยระบุว่าผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดด้านฝีมือหรือเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากความต้องการของลูกค้าที่ไม่ต้องการให้มีการตัดผมจริงออกในบางส่วนซึ่งเป็นขั้นตอนที่ช่างมองว่าจำเป็นต่อการทำให้ผมจริงและผมส่วนต่อเชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืนมากขึ้น ทางร้านจึงต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ขณะที่ร้านที่เข้ามาแก้ไขภายหลังได้มีการตัดแต่งผมเพิ่มเติม ส่งผลให้ภาพรวมของทรงผมออกมาแตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด 

คำชี้แจงดังกล่าวทำให้มุมมองของสังคมเริ่มเปลี่ยนไป จากการมองว่าเป็นความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียวสู่การพิจารณาถึงรายละเอียดของกระบวนการทำงานและการสื่อสารระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการมากขึ้น หลายคนมองว่าในงานด้านความงามผลลัพธ์สุดท้ายควรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางเทคนิค ความต้องการของลูกค้าหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ 

ขณะเดียวกันกรณีดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบัน เมื่อประสบการณ์ส่วนตัวของอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากสามารถส่งผลต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันการที่ธุรกิจออกมาชี้แจงพร้อมหลักฐานอย่างละเอียดก็ทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่งและสามารถตัดสินสถานการณ์ได้อย่างรอบด้านมากขึ้น 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์