แซนดิสก์ กับภารกิจ เก็บความทรงจำ

24 พ.ค. 2569 - 13:07

  • ตลาดเมมโมรี่และหน่วยความจำพกพา กำลังกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้น

  • สงครามชิป การเติบโตของ AI ความต้องการเก็บข้อมูลของสมาร์ตโฟน ทำให้อุปกรณ์เก็บข้อมูลพกพาเติบโต

  • การพัฒนาอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน และสร้างคุณค่าในการเก็บความทรงจำจึงเป็นโอกาสของตลาด

แซนดิสก์ กับภารกิจ เก็บความทรงจำ

แซนดิสก์ ผู้ผลิตเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลพกพา ฉลองครบรอบ 75 ปี Peanut กับตีม Snoopy Collection ที่รวมกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เป็นการรวมเอา “ความรู้สึกพิเศษ” กับ “การใช้งานได้จริง”  Snoopy คาแรกเตอร์ที่ครองใจผู้คน รุ่นมิลเลนเนียลส์ ที่โตมากับ Peanuts ขณะที่ Gen Z เจนที่ชอบแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของไอคอนย้อนยุค ทำให้ Snoopy ยังคงความร่วมสมัย ที่มาของ SanDisk Snoopy Limited-Edition Rangeโซลูชันที่รวมความสามารถในการเก็บข้อมูลแบบพกพา กับ ความอบอุ่นและคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ การตอบสนองทิศทางของตลาด 

ตลาด Mobile Storage ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ

ภาพรวมตลาดเมมโมรี่และหน่วยความจำพกพากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เรียกว่า "Supercycle" (วัฏจักรขาขึ้นรุนแรง) เนื่องจากสงครามชิปและกระแส AI ระดับโลก  วิกฤตราคาชิปพุ่งสูง (The Memory Tightness) ต้นทุนของชิปกลุ่ม NAND Flash (ที่ใช้ทำ SSD/Flash Drive) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก สาเหตุหลักมาจาก ศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers) ทั่วโลกแย่งกำลังการผลิตชิปเมมโมรี่ไปกว่า 70% เพื่อนำไปใช้ประมวลผลโมเลกุลขนาดใหญ่

การปรับตัวของสมาร์ทโฟน  แม้ราคาชิปจะแพงขึ้น แต่แบรนด์สมาร์ทโฟน กลับจำเป็นต้องดันความจุพื้นฐานของเครื่องเริ่มต้นขึ้นเป็น 256GB และตัดรุ่น 128GB ทิ้งไป เพราะระบบ On-Device AI (การประมวลผล AI ในเครื่องโดยไม่พึ่งคลาวด์) ต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลส่วนตัวของระบบเองไปแล้วราว ๆ 40-60GB สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่เหลือสำหรับรูปภาพและวิดีโอส่วนตัวยังคงมองหาอุปกรณ์เก็บข้อมูลเสริมภายนอก (Mobile Storage) อยู่ตลอดเวลา

การแข่งขันในตลาด

ในสมรภูมิอุปกรณ์เก็บข้อมูลพกพา เชื่อมต่อตรงกับสมาร์ตโฟน แบ่งผู้เล่นหลักออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ที่มีกลยุทธ์ต่างกัน ด้วย 3 เทรนด์หลัก คือ 

ความเร็วระดับ SSD ในร่างการ์ดพกพา การ์ดความจำขนาดเล็กพิเศษกำลังเปลี่ยนผ่านสถาปัตยกรรมไปสู่ SD Express โดยนำอินเตอร์เฟซ PCIe และโปรโตคอล NVMe (เทคโนโลยีเดียวกับ SSD ในคอมพิวเตอร์) มาใช้กับการ์ดขนาดเล็ก ทำให้สามารถทำความเร็วรับส่งข้อมูลได้สูงถึง 1 GB/s (1,000 MB/s) ซึ่งคอนโซลเกมพกพารุ่นใหม่ ๆ เริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เป็นมาตรฐาน และจะเริ่มเห็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรองรับการอ่านการ์ดความเร็วสูงระดับนี้โดยตร

ชิปความหนาแน่นสูง ผู้ผลิตชิปหันไปใช้วิธีซ้อนเลเยอร์ของเซลล์เก็บข้อมูลในแนวตั้ง (3D NAND) ให้สูงขึ้นเกิน 200-300 ชั้น พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี QLC (Quad-Level Cell) ทำให้ในขนาดพื้นที่เท่าเดิม สามารถอัดความจุได้มากขึ้น ส่งผลให้เราเริ่มเห็น Portable SSD ความจุสูงขนาด 4TB - 8TB ในขนาดตัวเท่าบัตรเครดิตออกสู่ตลาดในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น

Smart Workflow ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบให้เข้ากับสรีระและการใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนมากขึ้น เช่น Magnetic Attachment SSD พกพาที่ติดหนึบเข้ากับหลังโทรศัพท์ด้วยแม่เหล็ก ไม่ห้อยไปมาเกะกะเวลาถือถ่ายวิดีโอ

Direct-to-Drive Firmware  การพัฒนาเฟิร์มแวร์ให้อุปกรณ์เสถียรพอที่สมาร์ต โฟนจะสามารถเขียนข้อมูลวิดีโอความละเอียดสูงอย่าง Apple ProRes 4K/60fps หรือวิดีโอ 8K ลงไปที่ตัว Mobile Storage ได้โดยตรงแบบ Real-time โดยเครื่องไม่ร้อนและเฟรมไม่ตก

ความท้าทายของธุรกิจสตอเรจ

แม้ปีนี้ต้นทุนอุตสาหกรรมชิปความจำจะขยับขึ้น แต่ฝั่งเทคโนโลยีถูกบีบให้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับไฟล์จากกล้องมือถือที่ใหญ่ขึ้น และตอบรับกระแส AI ครับ การเลือกซื้อในปัจจุบันจึงไม่ได้มองแค่ "ความจุ" อีกต่อไป แต่ต้องดูความเสถียรของความเร็วในการเขียน (Sustained Write Speed) เพื่อไม่ให้กระตุกเวลาใช้งานจริง การพัฒนาอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน และสร้างคุณค่าในการเก็บความทรงจำจึงเป็นโอกาสของตลาด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์